Profhilo คืออะไร — ข้อดี เทคนิค และสิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด
สารเติมเต็ม & โบทูลินัม 7 นาที2568-10-01

Profhilo คืออะไร — ข้อดี เทคนิค และสิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด

Profhilo (โปรฟิโล) นวัตกรรมฉีด HA ฟื้นฟูผิวจากภายใน เพิ่มความชุ่มชื้น กระชับ และลดริ้วรอย — เหมาะกับใคร? ผลข้างเคียง? อ่านได้ครบที่นี่

Profhilo คืออะไร — ข้อดี เทคนิค และสิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด

Profhilo คืออะไร — ข้อดี เทคนิค และสิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด

Profhilo คืออะไร?

Profhilo (โปรฟิโล) เป็นนวัตกรรมในกลุ่ม Skin Booster / Bio-Remodeling ที่ใช้สารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid, HA) ความเข้มข้นสูง เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างใต้ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน โดยไม่เน้นการเติมเต็มปริมาตรจุดใดจุดหนึ่ง (ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่เติมเต็ม)

  • ใช้เทคโนโลยี NAHYCO Hybrid Technology ที่รวม HA สองขนาด (สายสั้น + สายยาว) ให้เกิดเป็นสารที่มีความคงตัวและกระจายตัวดีใต้ผิวหนัง
  • เมื่อฉีดเข้าไป สาร HA จะค่อย ๆ ปล่อยออกและกระจายใต้ผิว พร้อมดึงน้ำ ช่วยให้ชั้นผิวได้รับความชุ่มชื้น และในเวลาเดียวกันจะส่งสัญญาณให้ fibroblast (เซลล์สร้างคอลลาเจน) ทำงานมากขึ้น ฟื้นฟูคุณภาพของผิวโดยรวม
  • โปรไฟโลจึงเรียกว่าเป็นการ ปรับโครงสร้างผิวใหม่ (Remodeling) มากกว่าการเติมเต็มร่องริ้วรอยเฉพาะจุด

ทำไมถึงได้รับความนิยม?

Profhilo Bio-Remodeling ฟื้นฟูผิว กระชับ เพิ่มความชุ่มชื้น ได้รับความนิยม

การฉีดมีจุดเด่นหลายประการ ดังนี้:

  • ฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น อิ่มน้ำทั่วผิวหน้า — ไม่ได้แค่เติมเต็มเฉพาะจุด
  • ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อย กระชับผิวโดยรวม
  • ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และผิวไม่เรียบ — โดยเฉพาะริ้วรอยตื้น ๆ หรือริ้วรอยบริเวณผิวด้านบน
  • ใช้จุดฉีดน้อย เช่น เทคนิค BAP (Bio Aesthetic Points) 5 จุดต่อข้างใบหน้า ช่วยให้สารสามารถกระจายได้ทั่วใต้ผิวโดยไม่ต้องฉีดเยอะ
  • เวลาทำและการพักฟื้นน้อย — หลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที โดยผลข้างเคียงมักเป็นจุดเข็ม ช้ำเล็กน้อย หายได้เองใน 5–7 วัน

การฉีด Profhilo: ขั้นตอนและวิธีการ

1. การประเมินโดยแพทย์

แพทย์จะตรวจสภาพผิว วิเคราะห์ปัญหาที่ต้องการปรับ เช่น ผิวหย่อนคล้อย ผิวแห้ง ริ้วรอย หรือหลุมสิว พร้อมให้คำแนะนำว่า Profhilo เหมาะสมกับคุณหรือไม่

2. การเตรียมตัวก่อนฉีด

  • ทำความสะอาดผิวหน้า
  • อาจทายาชา (ขึ้นกับแต่ละเคส)
  • ประเมินจุดฉีดตามแผนที่ BAP หรือจุดที่เหมาะสม

3. ขั้นตอนการฉีด

  • แพทย์จะฉีด Profhilo ที่จุดที่กำหนด (เช่น 5 จุดต่อข้างใบหน้า) ลึกประมาณระดับใต้ผิว (2–3 มม. หรือชั้น Dermis)
  • ปริมาณ HA จะค่อย ๆ กระจายตัวภายในชั้นผิวโดยไม่มีการจับตัวเป็นก้อน
  • ใช้เวลาฉีดประมาณ 15–20 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและจำนวนจุดฉีด

4. หลังฉีด & ดูแลตัวเอง

  • หลีกเลี่ยงการนวดแรง บริเวณที่ฉีด
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ความร้อนจัด ซาวน่า
  • ไม่แต่งหน้าหรือใช้สกินแคร์ที่อาจระคายเคืองใน 24 ชม.
  • รอยช้ำจุดเข็มอาจเกิดขึ้นบ้าง แต่จะหายภายในไม่กี่วัน

ควรฉีดกี่ครั้ง? เห็นผลเมื่อไหร่?

  • โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน
  • ผลลัพธ์เริ่มเห็นได้ตั้งแต่ 1–2 สัปดาห์ หลังการฉีด และจะชัดขึ้นใน 3–4 สัปดาห์
  • ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้นานประมาณ 6–9 เดือน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวแต่ละคน หากต้องการรักษาผลให้คงที่ อาจฉีดซ้ำ (maintenance) ทุก 6 เดือน

ใครที่เหมาะกับการฉีด Profhilo?

Profhilo เหมาะกับผู้ที่ผิวหย่อนคล้อย ผิวแห้ง ต้องการเพิ่มความยืดหยุ่น

Profhilo เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ที่เริ่มมี ผิวหย่อนคล้อย แต่ไม่ต้องการเปลี่ยนโครงหน้า
  • ผู้ที่ผิวแห้ง กร้าน ขาดความชุ่มชื้น
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
  • ผู้ที่มีริ้วรอยตื้น ๆ หรือต้องการให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • ผู้ที่มี หลุมสิว โดยใช้ควบคู่การรักษาหลุมสิวอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี หากมีโรคเลือดออกง่าย ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือแพ้สารใน HA ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

ความแตกต่างระหว่าง Profhilo กับฟิลเลอร์, Sculptra

คุณสมบัติProfhiloฟิลเลอร์ (HA แบบ cross-linked)Sculptra / PLLA / Biostimulator
จุดประสงค์หลักฟื้นฟูผิว เติมความชุ่มชื้น ปรับโครงสร้างเติมเต็มร่องลึก ปรับโครงหน้ากระตุ้นคอลลาเจนในระดับลึก
การเติมปริมาตรไม่เติมเต็มจุดใหญ่เติมเต็มเฉพาะจุดไม่เติมปริมาตรโดยตรง
การกระจายสารกระจายใต้ผิวอย่างทั่วถึงอยู่เฉพาะจุดฉีดมีการกระตุ้นในระดับลึก
เวลาพักฟื้น / ผลข้างเคียงต่ำมากขึ้นกับจุดฉีดอาจมีอาการบวม ช้ำมากกว่า
เหมาะกับอยากให้ผิวดูดีขึ้น ผิวโดยรวมอยากเติมเต็มจุด เช่น ร่องแก้ม คางต้องการผลลัพธ์การสร้างคอลลาเจนในระยะยาว

Profhilo จึงมักถูกนำมาใช้ร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์หรือโบทูลินัม เพื่อได้ผลแบบองค์รวม ทั้งเติมเต็มรูปหน้าและฟื้นฟูคุณภาพผิวไปพร้อมกัน

ความเสี่ยง ผลข้างเคียง และข้อควรระวัง

  • รอยช้ำ จุดเข็ม หรือจุดแดงเล็กน้อย — โดยปกติหายใน 5–7 วัน
  • บวมแดงชั่วคราว
  • อาการตึงหรือปวดบริเวณจุดฉีด
  • หากฉีดไม่ถูกวิธี อาจเกิดก้อนหรือ HA รวบตัวได้ — การเลือกคลินิก/แพทย์ที่มีฝีมือจึงสำคัญ

คำแนะนำเมื่อคุณต้องการทำ Profhilo ที่ Tararin

  • สอบถามข้อมูลล่วงหน้า เช่น ราคาปัจจุบัน แพ็กเกจจุดฉีด
  • ขอดูรีวิวและภาพก่อน-หลัง จากคนไข้ที่ได้ทำ Profhilo กับ Tararin
  • ปรึกษาแพทย์โดยตรง — แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติแพ้
  • วางแผนการฉีดซ้ำ รักษาผลลัพธ์ในระยะยาว
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีที่สุด
การฉีด Profhilo ที่ Tararin Clinic ฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ดูแลตั้งแต่ก่อนจนหลังทำ

การ ฉีด Profhilo ที่ Tararin Clinic คือทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการ ฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นโครงสร้างใต้ผิวให้แข็งแรง ยืดหยุ่น และอิ่มน้ำมากขึ้น โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้าอย่างชัดเจน Tararin มุ่งเน้นความปลอดภัย คุณภาพ และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมการดูแลตั้งแต่ก่อนทำจนถึงหลังทำ

หากคุณสนใจรับบริการ Profhilo กับ Tararin Clinic — สามารถติดต่อสอบถามราคาปัจจุบัน นัดปรึกษาแพทย์ สาขาที่อยู่ใกล้บ้าน หรือขอแพ็กเกจเฉพาะของแต่ละสาขาก่อนได้ครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Profhilo

Profhilo ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?

Profhilo ใช้ HA ความเข้มข้นสูงแบบ Hybrid ที่กระจายตัวใต้ผิวทั่วหน้า ไม่ได้เติมเต็มเฉพาะจุดเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป จุดประสงค์หลักคือกระตุ้น fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ให้ผลลัพธ์แบบธรรมชาติ ไม่เปลี่ยนโครงหน้า

ฉีด Profhilo ต้องทำกี่ครั้ง ผลอยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปแนะนำ 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน เพื่อให้ผลชัดเจนและยาวนาน ผลลัพธ์เริ่มเห็นได้ภายใน 1–2 สัปดาห์และชัดขึ้นใน 3–4 สัปดาห์ โดยทั่วไปผลอยู่ได้ประมาณ 6–9 เดือน จากนั้นอาจฉีดซ้ำทุก 6 เดือนเพื่อรักษาผลระยะยาว

ฉีด Profhilo มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมี รอยช้ำ จุดเข็ม หรือบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งมักหายเองใน 5–7 วัน ควรหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณฉีด แสงแดดจัด และการแต่งหน้าใน 24 ชั่วโมงแรก การเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

เผยแพร่: 2568-10-01 · 7 นาที

← ดูบทความทั้งหมด
พญ.ธรารัตน์ ปทุมพงษ์
แอดไลน์ทักแชทโทรหาเราปรึกษาฟรี