Reset young ย้อนวัยให้ผิวกลับมาสร้างคอลลาเจนดีขึ้นอีกครั้ง ไม่ว่าจะสายงานผิว หรือสายโครงหน้าชัด Radiesse และ Radiesse Plus ก็เอาอยู่หมด ด้วยเทคโนโลยี CaHA Biostimulator ที่ได้รับการรับรองจาก USFDA EU FDA และ อย.ไทย ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานสูงสุด 2 ปี

Radiesse & Radiesse Plus คืออะไร ต่างกันอย่างไร ฉีดตรงไหนได้บ้าง
Reset young ย้อนวัยให้ผิวกลับมาสร้างคอลลาเจนดีขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการดูแลผิวพรรณเป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่ออายุเพิ่มขึ้นคอลลาเจนในร่างกายก็ลดลง ดังนั้นจึงอยากแนะนำนวัตกรรมความงามที่ช่วยให้ผิวดีอย่างมีคุณภาพจากภายในสู่ภายนอก ไม่ว่าจะสายงานผิว หรือสายโครงหน้าชัด Radiesse และ Radiesse Plus ก็เอาอยู่หมด โดยโปรแกรมนี้สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ บนใบหน้า ไม่ว่าจะกรอบหน้าไม่ชัด หน้าไม่คม มีรอยสิว ผิวขรุขระ ริ้วรอยร่องแก้ม ผิวไม่กระชับ ดังนั้นการใช้โปรแกรมนี้สามารถฉีดเก็บโครงสร้างกรอบหน้าให้ชัดขึ้นแบบธรรมชาติ คางพุ่ง หน้ามีมิติ เห็นได้ถึงการปรับรูปหน้าให้ยกขึ้น ผิวหน้าที่ขรุขระดีขึ้น เห็นถึงความอ่อนเยาว์ ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยเป็นที่ยอมรับจากวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง
Radiesse คืออะไร
Radiesse คือนวัตกรรมใหม่ของฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของ CaHA ที่เป็น Biostimulator สำหรับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ที่ช่วยฟื้นฟู เติมเต็ม และลดเลือนริ้วรอยได้ในการฉีดครั้งเดียว โดยผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 2 ปี เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนประเภท CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นกระบวนการให้เซลล์เกิดการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิวด้วยตนเองตามธรรมชาติ พร้อมกับเป็นการเติมวอลุ่มไปด้วยในการฉีดครั้งเดียวกัน โดยผลลัพธ์ที่ได้ในแง่ของการเติมเต็ม คือเห็นผลทันทีไม่ต่างกับการฉีดฟิลเลอร์ และที่สำคัญ เนื่องจากแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ (CaHA) นั้น เป็นส่วนประกอบหนึ่งของเนื้อเยื่อกระดูกที่ร่างกายผลิตตามธรรมชาติได้อยู่แล้ว จึงเป็นสารที่เข้ากันกับร่างกายได้เป็นอย่างดี และมีการซึมซับได้ง่ายด้วย โดยที่ CaHA สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ มีการรับรองความปลอดภัยโดย USFDA, EUFDA และ THFDA
เรเดียสซ์ ถูกนำมาใช้รักษาฟื้นฟูผิวมาแล้วโดยแพทย์ทั่วโลกกว่า 20 ปี ออกฤทธิ์โดยการที่อนุภาคของ CaHA ใน เรเดียสซ์ จะสร้างเป็นโครงตาข่ายสามมิติ (3D Matrix) ในชั้นผิวหนังแท้ และกระตุ้น Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดคอลลาเจนให้ทำงานและเกิดเป็นเส้นใยโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา โดยร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ในการเพิ่มจำนวนขึ้น และเป็นไปอย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 1 ปี จึงส่งผลให้การฟื้นฟูผิวในแง่ของริ้วรอย ความกระชับ และร่องลึกต่างๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว โดยผลลัพธ์อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
Radiesse (Classic)
Radiesse (Classic) เป็นนวัตกรรมสารเติมเต็ม Biostimulator ฉีดกระตุ้นเพื่อฟื้นฟูการสร้างเส้นใยตาข่ายให้ผิวใหม่ หรือ Regenerative Biostimulator มีส่วนประกอบหลักคือ CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite ที่มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายกระดูก ทำหน้าที่ในการช่วยสร้างไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างสารคอลลาเจน และอิลาสติน ฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน ช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับ มีความแน่น และทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นในระยะยาวมากกว่าหนึ่งปีขึ้นไป มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากผ่านมาตรฐาน อย.อเมริกา (USFDA) อย.ยุโรป (EU FDA) และ อย.ไทย (FDA) เป็นนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับจากแพทย์ทั่วโลก

Radiesse Plus
Radiesse Plus เป็นนวัตกรรมสารเติมเต็ม Biostimulator ที่กระตุ้นเซลล์ให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว เพื่อช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น สามารถสร้างโครงหน้า สร้างกรอบ เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก ปรับรูปหน้าได้ดีกว่าสารฉีดกระตุ้นชนิดอื่น ๆ เนื่องจากมีความคงตัวค่อนข้างสูง มีส่วนประกอบหลักคือ CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite ช่วยเติมเต็มในชั้นโครงสร้างผิวชั้นลึก ด้วยคุณสมบัติ High viscosity ที่ฉีดลงไปบริเวณไหนก็จะไม่เกิดการกระจายตัว เกิดการคงรูป ตั้งทรงได้ในระยะยาว และคุณสมบัติ High elasticity ที่ต้านแรงความหย่อนคล้อยได้มากที่สุด ใบหน้าคมดูมีมิติมากขึ้น โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากผ่านมาตรฐาน อย.อเมริกา (USFDA) อย.ยุโรป (EU FDA) และ อย.ไทย (FDA) เป็นนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับจากแพทย์ทั่วโลกอีกด้วย

Radiesse vs Radiesse Plus ทำงานต่างกันอย่างไร
Radiesse (Classic) ที่ใช้เพื่องานผิว มีส่วนประกอบสำคัญคือ CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite ที่จะเข้าไปฟื้นฟูการทำงานของไฟโบรบลาสต์ เซลล์ที่เป็นตัวสร้างโปรตีนสองชนิดโดยตรง อย่างคอลลาเจน และอิลาสตินขึ้นมาใหม่ผ่านกลไก Direct to Fibroblast โดยตัว Radiesse เองยังคงต้องฉีดแบบการใช้การผสมของยาชา (Lidocaine) และน้ำเกลือ (Nss) อยู่ จึงสามารถช่วยในเรื่องงานผิวได้มากกว่ารุ่นใหม่ แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ผิวแน่นกระชับ โดยการฉีดในบริเวณตื้น ๆ เพื่อกระจายตัวยาบริเวณรอบ ๆ
Radiesse Plus เป็นสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบสำคัญที่ผลิตมาจาก CaHA หรือ Calcium Hydroxylapatite เช่นเดียวกัน มีส่วนผสมของยาชาหรือ Lidocaine 0.3% ซึ่งเป็นการออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความหนาแน่นชั้นโครงสร้างผิวใหม่ให้แก่ผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว โดยเมื่อฉีดตัวยาเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง ตัวยาจะเข้าไปเติมเต็มบริเวณที่ถูกฉีดในทันทีโดยไม่กระจายตัวออกเป็นวงกว้าง โครงสร้างผิวให้มีความหนาแน่นขึ้น ใบหน้าคมชัดขึ้น เนื่องจากตัวยามีคุณสมบัติ High viscosity ไม่เกิดการกระจายตัวไปบริเวณอื่น จึงทำให้มีความคงรูปสูง และคุณสมบัติ High elasticity ที่มีแรงยกผิวได้สูง ต้านแรงความหย่อนคล้อยได้มากที่สุดในบรรดาสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจน ด้วยการใช้ปริมาณยาเพียงแค่ 1.5 cc เท่านั้น

จุดเด่นของ Radiesse vs Radiesse Plus
จุดเด่นของ เรเดียสซ์
- •เข็มฉีดยาที่บรรจุยาไว้เรียบร้อยแล้วพร้อมใช้งาน เพื่อความสะดวก
- •ช่วยฟื้นฟูริ้วรอยร่องลึก เสริมให้ใต้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินได้มาก
- •ช่วยให้ผิวอิ่มฟู กระชับ
- •เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ US-FDA สำหรับการใช้ฉีดที่มือ
- •มีคุณสมบัติช่วยปรับหน้าให้ได้งานผิวมากกว่า เนื่องจากยามีความกระจายตัวได้สูงกว่า
- •ได้รับรองจากมาตรฐานจาก อย.อเมริกา (USFDA) อย.ยุโรป (EU FDA) และ อย.ไทย (FDA)
- •ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 1-2 ปี
จุดเด่นของ เรเดียสซ์ พลัส
- •เข็มฉีดยาที่บรรจุยาไว้เรียบร้อยแล้วพร้อมใช้งาน เพื่อความสะดวก
- •คุณสมบัติ High elasticity ที่มีแรงยกผิวได้สูง ต้านแรงความหย่อนคล้อยได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับ Biostimulator ตัวอื่น
- •คุณสมบัติ High viscosity ไม่เกิดการกระจายตัว มีความคงรูปสูง
- •มีส่วนผสมของยาชาหรือ Lidocaine 0.3% ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ
- •ยกกระชับโครงหน้าให้ชัดขึ้น ใบหน้าดูคมขึ้นทันที ช่วยยกหน้า ลิฟต์กรอบหน้าให้วีเชป
- •ได้รับรองจากมาตรฐานจาก อย.อเมริกา (USFDA) อย.ยุโรป (EU FDA) และ อย.ไทย (FDA)
- •ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี
ตารางเปรียบเทียบ Radiesse กับ Radiesse Plus

Radiesse ฉีดตรงไหนได้บ้าง
Radiesse (Classic)
- •ฉีดกระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้า
- •ฉีดได้บริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รอยมุมปาก ริ้วรอยลำคอ หลังมือ
Radiesse Plus
- •ฉีดได้บริเวณกรอบหน้า
Radiesse ฉีดกี่ขวด
ฉีดครั้งละ 1-2 กล่อง ขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมิน
ผลลัพธ์หลังฉีด Radiesse vs Radiesse Plus
ผลลัพธ์หลังฉีด Radiesse (Classic)
ผลลัพธ์หลังทำ Radiesse (Classic) เดิมที่ไม่มีส่วนผสมของยาชา จึงยังจำเป็นต้องใช้การฉีดด้วยการผสมยาชา (Lidocaine) และน้ำเกลือ (Normal saline solution NSS) สามารถช่วยให้ผิวแน่นขึ้น แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย โดยเน้นแก้ปัญหาในเรื่องงานผิวมากกว่างานโครงหน้า ด้วยการฉีดตื้น ๆ เพื่อให้เกิดการกระจายตัวทั่ว ๆ ให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจน หลังฉีดจะเห็นผลลัพธ์ทันที และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อย ๆ ว่าผิวแน่น อิ่มฟู กระชับขึ้น และหลังจาก 3-6 เดือนหลังฉีดจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเต็มที่

ผลลัพธ์หลังฉีด Radiesse Plus
ผลลัพธ์หลังทำ Radiesse Plus ที่เป็นรุ่นที่มีส่วนผสมของยาชาหรือ Lidocaine 0.3% จึงมีความคงตัวสูงมาก มีความคงรูปตั้งทรงได้ดีกว่า สร้างโครงหน้าได้ดี สามารถยกกระชับใบหน้าได้ในทันที ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี สามารถฉีดได้ในบริเวณตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกาย โดยตำแหน่งยอดฮิต คือ บริเวณกรอบหน้า โหนกแก้ม แนวกราม แนวขากรรไกร บริเวณคาง เพื่อปรับโครงหน้าให้คมชัดมีมิติขึ้น เห็นได้ทันทีหลังทำว่ากรอบหน้ามีความชัดขึ้น โครงหน้ามีมิติมากขึ้น ใบหน้าดูคม หน้าดูพุ่ง มีเสน่ห์มากขึ้น



คุณหมอฝน Merz KOL เทรนเนอร์ผู้สอนการฉีด Radiesse ให้กับแพทย์ทั่วประเทศ

คุณหมอฝน Merz KOL เทรนเนอร์ผู้สอนการฉีด เรเดียสซ์ กับงานเปิดตัว เรเดียสซ์
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเข้ารับบริการ



สามารถตรวจสอบการรับรองผลิตภัณฑ์แท้ โดยคลิกที่ลิงก์ Merz Aesthetics จะพบกับ ธาราริน คลินิก ที่ถูกขึ้นทะเบียนคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์จาก Merz Aesthetics ที่การันตีได้ว่าเป็นของแท้ทุกรายการ
การแก้ปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะสำหรับสายงานผิว หรือสายโครงหน้า เน้นกรอบหน้าชัด Radiesse (Classic) และ Radiesse Plus เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ได้ดีมาก ซึ่งเป็นการทำหัตถการที่จำเป็นต้องอาศัยแพทย์ผู้ที่มีประสบการณ์ระดับสูง เนื่องจากการฉีดให้สวยได้รูปตามที่ต้องการนั้นต้องใช้เทคนิคที่เหมาะสม ให้ได้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม ต้องมีความแม่นยำของตำแหน่ง ดังนั้นจึงควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานอย่างดี ตรวจสอบได้ และมีความน่าเชื่อถือ
คำถามที่พบบ่อย
Q: Radiesse และ Radiesse Plus แตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร?
A: Radiesse (Classic) เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหางานผิว เช่น ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องแก้ม เนื่องจากยากระจายตัวได้ดีในชั้นผิวตื้น ส่วน Radiesse Plus มีคุณสมบัติ High viscosity และ High elasticity เหมาะสำหรับสร้างและยกกระชับโครงหน้าให้คมชัดมีมิติมากขึ้น
Q: ฉีด Radiesse หรือ Radiesse Plus แล้วเห็นผลเมื่อไหร่ และผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
A: เห็นผลทันทีหลังฉีดในแง่การเติมวอลุ่ม และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวต่อเนื่องในช่วง 3-6 เดือน เมื่อ CaHA กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผลลัพธ์โดยรวมอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละคน
Q: ฉีด Radiesse แล้วปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
A: Radiesse และ Radiesse Plus ผ่านการรับรองจาก อย.อเมริกา (USFDA) อย.ยุโรป (EU FDA) และ อย.ไทย (FDA) มีความปลอดภัยสูง CaHA เป็นสารที่ร่างกายผลิตได้ตามธรรมชาติและย่อยสลายได้เอง ผลข้างเคียงเล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น รอยบวมหรือช้ำเล็กน้อยหลังฉีด ซึ่งจะหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน
เผยแพร่: 2567-08-07 · 8 นาที
← ดูบทความทั้งหมด
