SCAR REMOVAL (เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น)
ดูแลสิว 2 นาที2564-02-02

SCAR REMOVAL (เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น)

ลบรอยแผลเป็น Scar Removal Laser สามารถลบรอยแผลเป็น ได้ทั้งบนใบหน้า และร่างกาย ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลง ไม่เกิดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจวัตรประจ

SCAR REMOVAL (เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น)

SCAR REMOVAL (เลเซอร์ลบรอยแผลเป็น)

ลบรอยแผลเป็น Scar Removal Laser สามารถลบรอยแผลเป็น ได้ทั้งบนใบหน้า และร่างกาย ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลง ไม่เกิดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ มีเพียงรอยแดงประมาณ 2-3 วัน หายได้เอง ไม่ทิ้งร่องรอย รักษาความสม่ำเสมอของเม็ดสี ทำให้บริเวณที่เป็นรอยแผลเป็น ให้เม็ดสีกลับมาใกล้เคียงกับสีผิวปกติ

ความรู้สึกขณะทำ ก่อนทำจะมีการทายาชาครึ่งชั่วโมง จนทำให้ลูกค้ารู้สึกเจ็บน้อยมาก ในการยิงเลเซอร์ต่อหนึ่งจุด จะคล้าย ๆ กับการยิงซ้ำ ๆ จุดเดียวกันประมาณ 5-6 ครั้งซึ่งจะรู้สึกถึงผิวหนังแท้แค่เสี้ยววินาทีเดียว

ระยะเวลา: ใช้เวลาในการยิงเลเซอร์ ประมาณ 15-30 นาที (ขึ้นอยู่กับขนาดของแผลเป็น)

ลักษณะของรอยแผลเป็น

สำหรับรอยแผลเป็น เกิดขึ้นได้ในหลายลักษณะ ซึ่งลักษณะของแผลที่เกิดจะมีสีที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงขนาดของแผลด้วย โดยประเภทของรอยแผลมีรายละเอียดตามนี้

  1. รอยแผลเป็นนูน : สำหรับลักษณะนี้จะถูกแบ่งได้อีก 2 ประเภท
  2. รอยแผลที่มีขนาดนูนใหญ่ (hypertrophic scar) รอยลักษณะนี้จะมีลักษณะนูน มีสีแดง มีอาการคัน แต่ขนาดจะไม่มีการขยายออกจากขอบเขตเดิม ๆ โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุเกิดมาจากคอลลาเจนบริเวณผิวหนังที่ผลิตออกมามากเกินไป จนเกิดเป็นรอยนูนหนา ซึ่งมักจะจางลงได้เอง แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 5 ปี ซึ่งลักษณะรอยแผลประเภทนี้มักจะไม่มีอาการเจ็บปวด หรือไม่มีอาการคันในช่วงแรก ๆ และอาจจะมีสีเข้มขึ้น แต่ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษารอยแผล
  3. รอยแผลเป็นลักษณะคีลอยด์ (keloid) สำหรับรอยลักษณะนี้เกิดจากคอลลาเจนในการสร้างเนื้อเยื่อที่เยอะจนเกินไปเช่นเดียวกัน เพียงแต่แผลจะมีการขยายขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่ารอยจะหายไปแล้วก็ตาม โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดบริเวณกระดูกหน้าอกไปถึงแผ่นหลัง ต้นแขน บริเวณหัวไหล่ และบริเวณติ่งหู สำหรับรอยแผลที่นูนขึ้นจากบริเวณผิวหนัง สังเกตได้ว่าจะมีผิวมันเงา มักจะไม่มีขนขึ้นบริเวณแผล และบางครั้งอาจจะเป็นก้อนลักษณะแข็งหรือนุ่มได้ โดยแผลชนิดนี้ส่วนใหญ่มักจะมีอาการคัน จับแล้วเจ็บ พร้อมกับอาการแสบร้อน ซึ่งมีผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย สำหรับรอยแผลในลักษณะนี้ ในกลุ่มผู้ที่มีสีผิวเข้มขึ้นอาจมีประวัติทางด้านพันธุกรรม และอาจจะเป็นเนื้องอกธรรมดาแต่ไม่ใช่มะเร็ง ไม่มีอันตรายใด ๆ
  4. รอยแผลเป็นบุ๋มลึก (depressed scar) สำหรับรูปแบบรอยจะเป็นลักษณะที่บุ๋มลงไปในชั้นผิวหนังเป็นลักษณะหลุม โดยลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากปัญหาของผู้ที่เป็นสิวรุนแรง เป็นแผลที่เกิดจากสิวอักเสบ รวมไปถึงโรคอีสุกอีใส
  5. รอยแผลเป็นแบบหดรั้ง (scar contracture) สำหรับรูปแบบรอยจะเป็นลักษณะดึงรั้งบริเวณรอบ ๆ อวัยวะหรือจุดที่เป็นแผล ทำให้เกิดอาการผิดรูป ยกตัวอย่าง รอยที่เกิดจากแผลไฟไหม้ ลักษณะของแผลประเภทนี้อาจจะเกิดภาวะรอยลึกลงไปในชั้นผิว ส่งผลในการกระทบต่อกล้ามเนื้อและบริเวณเส้นประสาทได้

ข้อดีของการเลเซอร์รอยแผลเป็น

  1. เจ็บน้อย
  2. หลังทำแล้วไม่เกิดรอยแผล
  3. ไม่ทิ้งร่องรอย รักษาความสม่ำเสมอของเม็ดสี
  4. ไม่เกิดแผล ไม่ต้องพักฟื้น
  5. สามารถเห็นผลได้ทันที ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  6. สามารถช่วยปรับสภาพผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลงกระจ่างใส
  7. ฟื้นฟูผิว ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น

ใช้เลเซอร์อะไรในการรักษารอยแผลเป็น

Sellas Laser  (1 เดือน/ ครั้ง )

Q Switched Nd Yag Laser (15 วัน/ ครั้ง)

** เลเซอร์ ลบรอยแผลเป็น ประสิทธิภาพสูง การรักษาแผลเป็น การรักษาแผลเป็นด้วยเลเซอร์ไม่สามารถรักษาให้หายกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ 100% การรักษาด

เผยแพร่: 2564-02-02 · 2 นาที

← ดูบทความทั้งหมด
พญ.ธรารัตน์ ปทุมพงษ์
แอดไลน์ทักแชทโทรหาเราปรึกษาฟรี