Sculptra (สเกาตร้า) ตัวจริงเรื่องกระตุ้นคอลลาเจน เป็น Collagen Biostimulator ตัวแรกของโลกที่ผ่าน US FDA กระตุ้น Collagen Type 1 สูงถึง 66.5% ผลลัพธ์ยาวนานถึง 2 ปี

Sculptra กระตุ้นให้เกิดการผลิต Collagen type1 สูงถึง 66.5%
Sculptra Original Collagen Biostimulator
เมื่อเวลาผ่านไปบวกกับอายุที่มากขึ้น โครงกระดูกใบหน้าจะเปลี่ยนแปลงรูปทรงตามการสลายของกระดูก Volume loss มีการสูญเสียปริมาตรบนใบหน้า ส่งผลให้ใบหน้าตอบและไม่สดใส ที่สำคัญเลยคือเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจนในร่างกายจะเริ่มลดลง จึงทำให้สังเกตเห็นได้ชัดว่าผิวมีความหย่อนคล้อยไม่กระชับเหมือนเดิม เนื่องจากคอลลาเจนเป็นส่วนสำคัญในการพยุงโครงสร้างของผิว หากคอลลาเจนลดลงจะทำให้ผิวหย่อนคล้อย และเสียรูปทรงได้
คอลลาเจนที่มีความสำคัญกับผิวหนังของเราต้องการมากที่สุด ก็คือคอลลาเจน Type 1 ที่พบมากที่สุดในผิวหนัง ยิ่งอายุเรามากขึ้นกลับกันร่างกายจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไปเราจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนในผิวปีละ 1-2% และเมื่ออายุถึงวัย 45 ปีการสร้างคอลลาเจนในผิวจะยิ่งเริ่มลดน้อยลง สัญญาณอย่างหนึ่งที่มองเห็นได้คือ ผิวจะไม่กระชับเหมือนเดิม เกิดริ้วรอยต่างๆ ที่ชัดเจนขึ้น Original Collagen Biostimulator เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของตัวเองตามธรรมชาติให้เพิ่มมากขึ้น โดยตามผลการวิจัยจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิต Collagen type1 สูงถึง 66.5% หลังจากฉีดไปแล้ว 3 เดือน ซึ่งถ้าเทียบกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่สามารถผลิต Collagen type1 ได้มากเทียบเท่ากับ Sculptra ในตอนนี้
Sculptra คืออะไร?
Sculptra (สเกาตร้า) คือ อนุภาคของกรด Poly-L-Lactic (PLLA) จัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator เป็นสารฉีดกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนของตัวเราเองตามกระบวนการธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิว โดยทำให้ผิวแน่นอิ่มฟู ยกกระชับบริเวณผิวหย่อนคล้อย ปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดียิ่งขึ้น
เป็น collagen stimulator ตัวแรกของโลกและเป็นตัวเดียวที่ผ่านการรับรองจาก US FDA ทำให้มั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยสูง และผลลัพธ์ที่ได้ก็ดูเป็นธรรมชาติแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงไม่มีผลหรืออาการข้างเคียงใดๆ ให้เป็นกังวล

Sculptra มีกระบวนการทำงานอย่างไร?
- •Sculptra ถูกผสมด้วย sterile water ถูกฉีดในผิวหนังชั้นลึก Subcutaneous
- •ผิวจะดูเติมเต็มทันทีหลังการฉีด เนื่องจากปริมาตรน้ำที่ฉีดเข้าไป
- •หลังจากฉีด 2-3 วัน น้ำและส่วนประกอบต่างๆ จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย โดยจะเหลือเพียงแค่อนุภาคของสเกาตร้า ทำให้อาจจะเห็นร่องลึก ริ้วรอยกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
- •อย่างไรก็ตาม สเกาตร้า จะเริ่มกระตุ้นผ่านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยดึงเซลล์ Macrophages มาล้อมรอบอนุภาคของสเกาตร้าจำนวนมาก และมีการส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast เข้ามารวมตัวกันมากขึ้น
- •Fibroblast เป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของโครงสร้างผิวหนัง จึงทำให้ผิวมีความแข็งแรงและกระชับ
- •เมื่อเวลาผ่านไป อนุภาคของสเกาตร้าจะค่อยๆ หายไปเหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่มาสะสมแทน และฟื้นฟูความแข็งแรงโครงสร้างผิวหนังในระยะยาว
- •ช่วยยกกระชับใบหน้าและฟื้นฟูคุณภาพผิวยาวนาน 25 เดือน
- •เป็นการกระตุ้นและการสร้างคอลลาเจน Type 1
- •สามารถฟื้นฟูสภาพผิวที่หย่อนคล้อย ขาด Volume ช่วยทำให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์มากขึ้น

เหมาะกับใครหรือผู้ที่มีปัญหาผิวแบบไหน?
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา
- •ผิวหย่อนคล้อย
- •ไม่กระชับ
- •มีริ้วรอยที่เห็นได้ชัด
ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามวัย เพราะ Sculptra เป็นอนุภาคของกรด Poly-L-Lactic (PLLA-SCA) ที่เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจนธรรมชาติของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงฟื้นฟูโครงสร้างภายในชั้นลึกของผิวเพื่อให้ผิวมีความแข็งแรงขึ้น ทำให้ผิวดูยกกระชับขึ้น ผิวดูแน่นอิ่มฟู และช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพร้อมปรับปรุงคุณภาพของผิวให้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ของคนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเหมาะมากๆ กับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์จากการฉีดที่ยาวนาน เพราะจากการวิจัยพบว่าสามารถให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี ซึ่งก็เป็นที่พึงพอใจกับคนไข้ที่ฉีดไปเป็นอย่างมาก

จะต้องทำการรักษากี่ครั้งที่จะเห็นผลลัพธ์?
สามารถทำต่อเนื่องกันได้หรือไม่ และต้องเว้นระยะห่างกันนานกี่สัปดาห์?
ผลลัพธ์หลังการฉีดจะค่อยๆ เห็นผลที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังจากการฉีดประมาณ 2-3 สัปดาห์เป็นต้นไป โดยตามผลการวิจัย สเกาตร้าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิต Collagen type1 สูงถึง 66.5% หลังจากฉีดไปแล้ว 3 เดือน ซึ่ง collagen type 1 เป็นคอลลาเจนตัวที่ผิวของเราต้องการมากที่สุดด้วย โดยทั่วไปควรจะทำการฉีด 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะในทุกๆ 4-6 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่คงอยู่ยาวนานและให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
หลังการรักษาสามารถเห็นผลได้ทันทีเลยหรือไม่?
ผลลัพธ์หลังการรักษาจะยังไม่สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันที หรืออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง หน้าจะดูไม่แข็งแต่ให้ความเป็นธรรมชาติมาก เพราะอนุภาคของ Sculptra หรือสาร PLLA-SCA จะค่อยๆ เข้าไปทำปฏิกิริยาในใต้ชั้นผิวลึกและเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวของตัวเองให้เพิ่มขึ้น ทำให้จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังการฉีดไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี
วิธีการเตรียมตัวก่อนที่จะมารักษาด้วย Sculptra
การเตรียมตัวก่อนจะมาทำการรักษาคงจะคล้ายๆ กับการรักษาแบบอื่นๆ ทั่วไป ดังนี้
- •ต้องไม่ฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการตัวอื่นๆ มาก่อนประมาณ 2-4 อาทิตย์
- •ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มยาแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีดเพื่อป้องกันอาการฟกช้ำ
- •งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เป็นต้น เป็นเวลา 2 สัปดาห์
- •งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน ก่อนการฉีด ดูแลสุขภาพร่างกายให้อยู่ในสภาพปกติแข็งแรงดี
- •ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงและไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
คำแนะนำหลังจากการรักษาควรจะดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง
หลังจากการฉีดคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น
- •สามารถประคบเจลเย็นบริเวณที่ทำการฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมได้
- •หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า การอบซาวน่า การอบไอน้ำเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมงก่อน
- •ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดและแสงยูวี จนกว่าอาการบวมและแดงจะหายไป
- •ต้องไม่ไปฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการอื่นๆ หลังจากที่ฉีดมาแล้ว ควรเว้นไปประมาณ 2-4 อาทิตย์หลังฉีดสเกาตร้ามา
- •สิ่งสำคัญหลังจากฉีด Sculptra ไปแล้วต้องคอยนวดโดยใช้หลักการแบบ Triple5 เพื่อให้อนุภาคสาร PLLA กระจายตัวไปทั่วบริเวณใบหน้าและไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่เราต้องการ ซึ่งจะต้องทำการนวดครั้งละ 5 นาที 5 ครั้งต่อวัน เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 5 วัน ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

วิธีการนวดหลังฉีด Sculptra
Step 1 ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง และใช้กำปั้นค่อยๆ นวดเลื่อนจากบริเวณหน้าผากไปทางขมับด้านข้าง
Step 2 ทำมือในลักษณะยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น แนบบริเวณแก้มทั้งสองข้างแล้วค่อยๆ เลื่อนจากหน้าแก้มออกไปบริเวณข้างแก้มพร้อมกันโดยกดแล้วค่อยๆ เลื่อนอย่างช้าๆ
Step 3 ใช้อุ้งมือกดบริเวณช่วงข้างแก้ม แล้วค่อยๆ นวดไล่จากด้านล่างขึ้นไปด้านบนจนถึงโหนกแก้ม ทำซ้ำไปมาหลายๆ ครั้ง เพื่อช่วยยกกระชับผิวหน้า
Step 4 ทำมือลักษณะเดียวกับ Step 2 บริเวณคางแล้วค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปตามแนวกราม

หลังการรักษามีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่ต้องเป็นกังวล และมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน?
อาการทั่วไปหลังการฉีดในช่วง 1-2 วันแรกแล้วจะหายไปเองจะมีเพียงอาการบวม แดง ช้ำหรือมีอาการปวดเล็กน้อย
ผลข้างเคียงอื่นๆ ส่วนมากก็จะไม่ได้รุนแรงอะไร แต่หากหลังจากฉีดไปแล้วอาจจะมีคลำเจอตุ่มนูนหรือก้อนเล็กๆ ใต้ผิวหนังก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะสามารถทำตามที่คุณหมอแนะนำคือให้เน้นนวดบริเวณที่ฉีด Sculptra มา เพื่อให้อนุภาคของสารที่ฉีดไปไม่เกาะกลุ่มกันเป็นก้อน
นอกจากนี้ สเกาตร้า ยังสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ตกค้างในร่างกาย และยังถือเป็น collagen biostimulator ตัวแรกของโลกและตัวเดียวที่ผ่านการรับรองจาก US-FDA ยิ่งเป็นการตอกย้ำความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยต่อร่างกายของคนไข้ได้เป็นอย่างดี
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Sculptra คืออะไร และแตกต่างจาก Filler ทั่วไปอย่างไร?
Sculptra (สเกาตร้า) เป็น Collagen Biostimulator ที่ใช้อนุภาคกรด Poly-L-Lactic (PLLA) เป็นสารสำคัญ ทำงานโดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน Type 1 ขึ้นเองตามธรรมชาติ สูงถึง 66.5% ภายใน 3 เดือน แตกต่างจาก Filler ทั่วไปที่เติมปริมาตรทันทีแต่สลายตัวเร็ว Sculptra ให้ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไปและอยู่ได้นานถึง 2 ปี นอกจากนี้ยังเป็น collagen stimulator ตัวแรกของโลกที่ผ่านการรับรองจาก US FDA
หลังฉีด Sculptra ต้องดูแลตัวเองอย่างไร และการนวดแบบ Triple5 สำคัญแค่ไหน?
หลังฉีดสามารถกลับใช้ชีวิตปกติได้ทันที ควรประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าและซาวน่า 24 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงแสงแดดจนกว่าอาการบวมแดงจะหาย สิ่งสำคัญที่สุดคือการนวดแบบ Triple5 ได้แก่ นวด 5 นาที 5 ครั้งต่อวัน ติดต่อกัน 5 วัน เพื่อให้อนุภาค PLLA กระจายตัวทั่วใบหน้าและกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่ต้องการ
ต้องฉีด Sculptra กี่ครั้งถึงจะเห็นผล และผลลัพธ์คงอยู่นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปควรฉีด 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 4-6 สัปดาห์ต่อครั้ง จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังฉีดประมาณ 2-3 สัปดาห์ เนื่องจาก Sculptra ทำงานโดยกระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน ผลลัพธ์จึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถคงอยู่ได้นานถึง 2 ปี ซึ่งยาวนานกว่า Filler ทั่วไปมาก
เผยแพร่: 2566-11-07 · 10 นาที
← ดูบทความทั้งหมด
