fbpx
เปิดให้บริการ 4 สาขา ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, สุรินทร์ เวลาทำการ : จันทร์ - อาทิตย์ 11.00-20.00 น. หยุดทุกวันพุธ 085 7550 515
0

Blog

ทำให้หน้าเรียว ยกกระชับผิวด้วยเลเซอร์ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ทำให้หน้าเรียว ยกกระชับผิวด้วยเลเซอร์ โดยไม่ต้องผ่าตัด

ทำหน้าให้เรียว สามารถทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็น ฉีดโบหน้าเรียว ฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหมยกกระชับ ฉีดโมใส ทำเลเซอร์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแตกต่างกันออกไป วิธีที่ทางคลินิกจะแนะนำในวันนี้เป็นวิธีการยกกระชับหน้าปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับด้วยเลเซอร์ระดับ Hi-end ที่ให้ผลลัพธ์ได้เร็วและชัดเจนไม่มีผลข้างเคียงเหมาะกับทุกช่วงวัย ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

    1. ทำให้หน้าเรียว ยกกระชับผิวด้วย Themage FLX
    2. คืนความอ่อนวัย ใบหน้าเรียวด้วย New Ulthera
    3. ยกกระชับหน้า ปรับหน้าเรียว V กระชับด้วย HIFU

 

1. ทำให้หน้าเรียว ยกกระชับผิวด้วย Themage FLX

Thermage เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุขั้วเดียว (Monopolar RF) โดยปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นลึกใต้ผิวหนัง ได้แก่ ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบสูง ทำให้คลอลาเจนมีการหดตัวและกระตุ้นให้เกิดการสร้างคลอลาเจนใหม่ขึ้น “thermage” จะ ส่งผลให้ สุขภาพผิวเเข็งเเรง ผิวเรียบเนียบ ริ้วรอยลดลง

กระชับ และได้สัดส่วน ความปลอดภัยสูงสุดในการรักษาด้วย Thermage ! ผลลัพธ์ของการรักษา “thermage” คือ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และคอนทัวร์ดีขึ้น บริเวณใบหน้า รอบดวงตาและร่างกาย ทำให้คุณดูมีผิวที่อ่อนเยาว์และได้สัดส่วน เห็นผลเห็นทันที 20-30% และค่อยๆเห็นผลอย่างต่อเนื่อง ชัดเจนสูงสุดที่ 6 เดือน อยู่ได้ 1 ปี

ทำให้หน้าเรียว ยกกระชับผิวด้วย Themage FLX

 

ทำหน้าให้เรียว Thermage FLX ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเดิม

    • Faster เร็วกว่าเดิม 25%
    • The Thermage FLX หัวTip 4.0 ได้ถูกพัฒนาให้สามารถปล่อยพลังงานความร้อนได้ด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับหัวทิปรุ่น 3.0 เดิม และ 25% การทำทรีตเมนต์ใช้เวลาน้อยลง
    • aLgorithm แม่นยำมากขึ้น
    • Thermage FLX  System ใช้เทคโนโลยี AccuREP ที่สามารถวัดและปรับพลังงานแบบ Real-time ส่งผลให้ การปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังมีแม่นยำและได้ประสิทธิภาพสูงสุดในทุกๆ ซ๊อตของการทำงาน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในแต่ละบุคคล
    • eXperience เจ็บน้อยลง
  • ประสบการณ์การรักษาที่สบายกว่า การปล่อย Cooling ที่มีประสิทธิภาพ และระบบสั่นของหัวทิปที่ออกแบบ ทุกทิศทาง นุ่มนวน อ่อนโยน  ทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น

ผลลัพธ์ของการรักษา

Thermage คือ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และคอนทัวร์ดีขึ้น บริเวณใบหน้า รอบดวงตาและร่างกาย ทำให้คุณดูมีผิวที่อ่อนเยาว์และได้สัดส่วน เห็นผลเห็นทันที 20-30% และค่อยๆเห็นผลอย่างต่อเนื่อง ชัดเจนสูงสุดที่ 6 เดือน อยู่ได้ 1 ปี

Thermage Eye

  • ลดริ้วรอยและชั้นตาที่หลบใน คืนความอ่อนเยาว์ ดวงตาดูโตและสดใสขึ้น
  • กระชับผิวหย่อนคล้อยใต้ตาให้กลับมาเรียบเนียน
  • ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณรอบดวงตาดูจางลง

Thermage Face

  • ลดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นบริเวณใบหน้าและหน้าผาก คืนผิวเรียบเนียนดูอ่อนเยาว์
  • ปรับรูปหน้าให้กระชับ เพิ่มคอนทัวร์ของใบหน้าให้ดีขึ้น
  • ลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าเวลากังวลและเวลายิ้ม ให้กลับมาเรียบเนียน
  • ลดริ้วรอยบริเวณรอบปาก ให้กระชับเรียบเนียนขึ้น
  • เพิ่มความคมชัดบริเวณกรอบหน้าและใต้คาง

Thermage Body

  • Thermage® เป็นการรักษาผิวที่ไม่กระชับ มีหย่อนคล้อยบนร่างกาย โดยไม่ต้องผ่าตัดทำศัลยกรรม
  • ช่วยให้ผิวบริเวณขาและสะโพก กระชับ เรียบเนียน ได้สัดส่วน
  • ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณขาและหน้าท้อง ให้ผิวเรียบเนียนและกระชับขึ้น

 

2. คืนความอ่อนวัย ใบหน้าเรียวด้วย New Ulthera

Ulthera คืออะไร ?

ทำให้หน้าเรียว ด้วย Ulthera เป็นเทคโนโลยีอัลตร้าซาวด์ในการยกกระชับเพื่อช่วยคืนคอลลาเจนให้ผิวหน้า เครื่องจะส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์โดยเน้นไปที่ชั้นผิวหนังเช่นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดแก้ไขในการทำศัลยกรรมตกแต่ง แต่ไม่ต้องผ่าตัดไม่ใช่เข็มหรือทำลายชั้นผิวหนัง โดยใช้เวลาในการรักษาเพียง 60-120 นาทีและไม่ทำให้เกิดบาดแผลulthera จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองตามธรรมชาติ  กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และช่วยฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรงมีชีวิตชีวา  เห็นผลลัพทธ์เบื้องต้นได้ในทันทีหลังจากได้รับการทำแต่ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจะปรากฏภายในเวลา 2-3 เดือน เนื่องจากคอลลาเจนใหม่ที่เกิดขึ้นจากค่อยๆ ยกระชับผิว

คืนความอ่อนวัย ใบหน้าเรียวด้วย New Ulthera

Ulthera เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่มีเหนียง คาสองชั้น
  • ผู้ที่มีลำคอย่น
  • ผู้ที่มี หางตก คิ้วตก
  • ผู้ที่มีถุงใต้ตา
  • ผู้ที่มี แก้มห้อย หย่อนยาน
  • มีริ้วรอย ร่องแก้ม

รีวิว Ulthera ตั้งแต่เริ่มต้นทำ จนเห็นผลลัพธ์ขั้นตอนสุดท้ายหลังใช้เวลาเพียง 1 เดือนหลังทำ

ผลลัพธ์ที่จากการทำ ulthera

หลังการทำ Ulthera ลูกค้าจะเห็นผลได้ชัดตั้งแต่หลังทำครั้งแรกคือ ใบหน้าของลูกค้าดูยกกระชับ กรอบหน้าชัดเจนขึ้น 20-30 % และผลลัพธ์จะค่อย ๆ แสดงผลออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อเวลาผ่านไป 30 วัน ผิวหน้าของลูกค้าจะเริ่มเต่งตึงและใสขึ้น เนื่องจากร่างกายจะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องจากการกระตุ้นด้วยคลื่นพลังงานอัลตราซาวด์ และโครงสร้างผิวทั้งหมดจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ โดยผลลัพธ์ของการยกกระชับจะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ 60 วันหลังทำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากันโดยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ซึ่งประกอบด้วย อายุ สภาพผิว การใช้ชีวิตประจำวัน และการปฏิบัติตัว ซึ่งผลลัพธ์ในแต่ละเดือนหลังทำสามารถสรุปได้ดังนี้

ผลลัพธ์หลังทำเสร็จทันที

  • ใบหน้ากระชับขึ้น 20-30%
  • กรอบหน้าชัดขึ้น 20-30%
  • ผิวหน้าเรียบเนียน 20-30%

ผลลัพธ์หลังจาก 1 เดือน

  • ใบหน้ากระชับ 60-70%
  • กรอบหน้าชัดขึ้น 60-70%
  • ผิวหน้าเริ่มเต่งตึง 60-70%
  • ผิวหน้าเริ่มใส 60-70%

ผลลัพธ์หลังจาก 2 เดือน

  • ใบหน้ากระชับ 100%
  • กรอบหน้าชัดขึ้น 100%
  • ผิวหน้าเริ่มเต่งตึง 100%
  • ผิวหน้าเริ่มใส 100%
  • รูขุมขนกระชับ 100%
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน
  • แลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

 

3. ทำหน้าเรียว ยกกระชับหน้า V กระชับด้วย HIFU

ทำหน้าเรียว ยกกระชับหน้า V กระชับด้วย HIFU HIFU (High Intensity Focus Ultrasound)  คือ การนำคลื่นเสียงความถี่สูงที่สามารถปล่อยคลื่นเสียงออกโดยโฟกัสเป็นจุดๆ ตรงลึกถึงโครงสร้างเนื้อเยื่อชั้นใน ช่วยให้ผิวหนังกระชับ เต่งตึง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากคลื่นอัลตร้าซาวด์สามารถทะลุเข้าใต้ผิวหนังได้ลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งอยู่เหนือกล้ามเนื้อ เป็นชั้นเดียวกับที่ผ่าตัดดึงหน้า HIFU เป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับการยกกระชับผิวหนัง และให้ผลการรักษาที่ดี สำหรับการกระชับผิวหน้า, ลดริ้วรอยแห่งวัย และทำให้หน้าขาวกระจ่างใส

ทำหน้าเรียว

 

ลักษณะเด่นของเครื่อง HIFU

  • ทำการรักษาอย่างตรงจุด ไม่ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง
  • ไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อ
  • ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อและไม่ทำให้เลือดออก
  • มีผลข้างเคียงต่ำและปลอดภัยต่อการรักษา
  • ไม่มี Down time

HIFU ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

  • เพื่อการดึงหน้าและ ยกกระชับหน้า ช่วยทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น
  • แก้ปัญหาหนังตาตก
  • ดึงกระชับขอบตาล่างที่หย่อนยาน
  •  ปรับรูปหน้า ให้ใบหน้าเรียวขึ้น
  • ลดริ้วรอย

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ HIFU

  • ผู้ที่รู้สึกว่าตนเองดูมีอายุ
  • ผู้ที่ต้องการ ปรับรูปหน้า หรือ ยกกระชับหน้า ยกกระชับผิวหน้า ให้เรียวเป็นรูปตัววี
  • ผู้ที่มีคาง 2 ชั้น
  • ผู้ที่มีริ้วรอยรอบดวงตา, ปาก และหน้าผาก
  • ผู้ที่มองหาวิธีการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่มีหนังตาหย่อน
  • ผู้ที่มีขอบตาคล้ำและถุงไขมันใต้ดวงตา

เลเซอร์ทุกตัวที่ทางคลินิกเลือกใช้ ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย, FDA, CE ทุกตัว การรักษาด้วยเลเซอร์แต่ละตัวนั้นจะต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประสิทธิภาพในการักษาสูงสุด และทำการรักษาได้อย่างตรงจุด ทางธารารินคลินิกไม่มีเพียงการปรับรูปหน้าด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ ด้วยรูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้คนไข้ได้มีโอกาศเข้าถึงการรักษาที่หลากหลายตามงบประมาณ และตามความเหมาะสมในการรักษาได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าเป็น ฉีดโบหน้าเรียว ฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหมยกกระชับ ฉีดโมโสเฟต บริการทุกอย่างทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ ต้องผ่านมาตรฐาน อย, FDA, CE เพื่อความปลอดภัยในการรักษามาเป็นอันดับหนึ่ง

 

หากมีข้อสงสัยอยากปรึกษาการทำหน้าให้หน้าเรียวกระชับ การปรับรูปหน้าสามารถปรึกษากับคุณหมอได้ฟรี ทาง Inbox  FB และ Line นี้ หรือเข้าปรึกษา ได้ที่ธารารนิคลินิกทุกสาขา

ธารารินคลินิก สาขาขอนแก่น
ที่ตั้ง : ตรงข้ามตลาดจอมพล ถนนกสิกรทุ่งสร้าง 1/76 หมู่ที่ 13 ถ.กสิกรทุ่งสร้าง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
Line : https://lin.ee/ygwQWvV
Facebook : https://fb.com/tararinclinic
Tel : 0930960827
แผนที่ : https://goo.gl/chwNdS
———————————————————
ธารารินคลินิก สาขามหาสารคาม
ที่ตั้ง : หน้าตลาดโต้รุ่งเทศบาล 90,92 ผังเมืองบัญชา ต.ตลาด อ.เมือง จ. มหาสารคาม 44000
Line : https://lin.ee/3soh0wD
Facebook : https://fb.com/tararinmahasarakam
Tel : 0930960829
แผนที่ : https://goo.gl/bksZAo
———————————————————
ธารารินคลินิก สาขาร้อยเอ็ด
ที่อยู่ : ถนนเรียบคลองรอบเมือง หลังร้อยเอ็ดซิตี้ 56/2 ถ.รอบเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด 45000
Line : https://lin.ee/zaWJjjz
Facebook : https://fb.com/tararinroiet
Tel : 0930960828
แผนที่ : https://goo.gl/maps/KbWtyLeC44Zbx9rg8
———————————————————
ธารารินคลินิก สาขาสุรินทร์
เยื้อง Big C ก่อนแยกโคกปลัด 173-174 ถ.สุรินทร์-ศรีขรภูมิ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000
Line : http://line.me/ti/p/~@tararinsr
Facebook : https://fb.com/tararinsurin
Tel : 0980026735

read more
มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรค Covid-19

มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรค Covid-19

‼️📣📣ธารารินคลินิกมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรค Covid-19 โดยขอความร่วมมือจากผู้รับบริการ ดังนี้‼️

1.ผู้รับบริการต้องระบุวัน เวลาที่จะเข้ามารับบริการอย่างชัดเจนเพื่อลดการมานั่งรอในคลินิก และไม่พาผู้ติดตามมานั่งรอในคลินิก โดยทางคลินิกขอรับผู้บริการสูงสุดไม่เกิน12 เคส/ วัน

2.คัดกรอง ซักประวัติการเดินทางรวมทั้งคนในครอบครัว หากมาจาก 13 จังหวัดพื้นที่แดงเข้มเราจะขอให้งดรับบริการไปก่อน

3.ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลก่อนเข้ารับบริการ และเช็คอิน เช็คเอาท์ “ไทยชนะ” ทุกครั้ง

4.เคสศัลยกรรมทุกเคสจะได้รับการตรวจคัดกรองด้วย
Rapid Antigen swab test ฟรี‼️ ทุกเคส

 

read more
Meso F-Radiance เมโส รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ

Meso F-Radiance เมโส รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ

ฝ้า กระ จุดด่างดำ หนึ่งในปัญหาผิวที่สามารถมองเห็นได้บนใบหน้าอย่างชัดเจน มีผลทำให้ผิวหน้าไม่สม่ำเสมอและยากต่อการปกปิด หลายคนอาจจะคิดว่าปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นปัญหาผิวของคนที่มีอายุมากเท่านั้น แต่ปัญหาผิวนี้สามารถพบได้ในทุกเพศ ทุกวัย เนื่องจากมีสาเหตุการเกิดได้ทั้งฮอร์โมนภายในร่างกาย สภาพแวดล้อมภายนอก ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ขึ้นได้

ฝ้า กระ จุดด่างดำ เกิดจาก ?

ปัญหาผิวพรรณที่แก้ไม่ตกอย่าง ฝ้า กระ จุดด่างดำ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การใช้ยาบางชนิด ฮอร์โมน พันธุกรรม สารบางชนิดในเครื่องสำอาง แต่สาเหตุหลักที่สำคัญที่สุดมากการที่ผิวโดนรังสี UV เป็นประจำ

การที่ผิวหนังสัมผัสรังสี UV นานเกินไป ส่งผลให้รังสี UV ทำลาย Collagen, Elastin และเส้นใยต่าง ๆ ที่ยึดโยงโครงสร้างผิว ทำให้ผิวอ่อนแอ ทำให้เกิด UV Aging หรือเรียกได้อีกอย่างว่า Photo Aging คือ “การแก่ก่อนวัย” นอกจากนี้รังสี UV ทำให้ร่างกายผลิตสารอนุมูลอิสระมากกว่าปกติ และ UV ยังทำให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินในผิวหนังมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ

ฝ้า กระ จุดด่าง

วิธีรักษาฝ้า กระ

  • ใช้ยาทา

วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ง่าย โดยตัวยาทาที่นิยมและเห็นผลชัดเจนที่สุดเป็นการใช้สูตรยา 3 ตัวร่วมกัน เรียกว่า Triple Therapy จะเข้าไปช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยให้ ฝ้า กระ ดูจางลง

  • รับประทานยา

ยาที่ใช้รับประทานเป็นยา Tranexamic Acid ซึ่งจริง ๆ แล้วยาตัวนี้ใช้ในการหยุดภาวะเลือดออกผิดปกติ แต่ภายหลังพบว่าสามารถยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานิน การทานยาควรทานอยู่ที่ปริมาณ 500 – 1,000 mg. เป็นระยะเวลา 3-4 เดือน ทั้งนี้ควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์ด้วย

  • การฉีดฝ้าหรือ Meso Therapy

เป็นการฉีดตัวยารักษาฝ้าเข้าไปในชั้นผิวของเรา โดยตัวยาที่ถูกฉีดเข้าไปที่ผิวชั้นเมโส วิธีนี้ถือว่าเป็นการรักษาที่ตรงจุด ยาสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ทันที และเห็นผลได้เร็ว ฉีดฝ้า เป็นการฉีดตัวยารักษาฝ้าเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ โดยใช้เทคนิค localized microinjection หรือ เมโสเธอราพี คือการใช้ยาที่มีปริมาณที่พอเหมาะเข้าสู่ชั้นผิวหนังที่ต้องการรักษาโดยตรง จุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยารับประทานหรือการใช้ยาในรูปแบบอื่นที่อาจจะต้องใช้ปริมาณยาที่มากเกินความจำเป็นและเพื่อต้องการผลการรักษาเฉพาะจุดซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบอื่น ๆ เทคนิคนี้ช่วยนำตัวยาลงสู่เซลล์ผิวที่มีปัญหาและตรงจุด ทำให้ตัวยารักษาฝ้าออกฤทธิ์ในชั้นผิวหนัง

  • การใช้เลเซอร์

เลเซอร์จะช่วยเข้าไปทำลายเม็ดสีที่เกิดขึ้นแล้ว เลเซอร์ที่นิยมใช้ในการกำจัดฝ้า ได้แก่ IPL, Dual Laser, Q switch Laser และ Pico Laser ซึ่งการทำเลเซอร์บางชนิดอาจมีผลข้างเคียงหลังทำ เช่น มีสะเก็ดหลังทำ ผิวแดงบวมแดง เป็นต้น

วิธีรักษาฝ้า ที่นิยมส่วนใหญ่ มี 4 วิธี ดังรายละเอียดข้างต้น แต่วันนี้ธารารินคลินิกขอหยิบหัวข้อการรักษาฝ้าแบบฉีดเมโสฝ้า มาฝากทุกคนค่ะ

ฉีดฝ้า ดีไหม

Mesotherapy รักษาฝ้า เป็นสูตรเฉพาะและพบว่าสามารถใช้รักษาผิวที่มีปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำ โดยตัวยาจะไปยับยั้งการผลิตเม็ดสีผิวที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ โดยมีหลักการเชิงลึกคือ สารสำคัญจะเป็นตัวยับยั้งการเปลี่ยนพลาสมิโนเจนเป็นพลาสมิน ซึ่งจะช่วยยับยั้งPlasmin ที่ถูกกระตุ้นโดยรังสียูวี โดยป้องกันการจับของพลาสมิโนเจนกับเซลล์ผิวหนัง ส่งผลให้ Arachidonic acid น้อยลงและ Prostaglandin (PG) ในผิวหนังน้อยลง ซึ่งช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำและเกิดฝ้า ทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ Tyrosinase สามารถทำให้เม็ดสีจางลงไปได้ด้วย

ฉีดฝ้า ที่ไหนดี

ฉีดฝ้า ที่ไหนดี

F-RADIANCE เป็น Mesotherapy ที่โดดเด่นในการลดเลือนจุดด่างดำ ปรับโทนสีและให้ความกระจ่างใสโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ช่วยแก้ปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

  • แก้ปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ เผยผิวกระจ่างใส
  • ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ
  • กระตุ้นกระบวนการการผลัดเซลล์ผิว และกระตุ้นการซ่อมแซ่มเซลล์ผิว
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ เพื่อผิวดูอ่อนกว่าวัย

F-Radiance ตัวเลือก ฉีดฝ้า ที่ทางธารารินคลินิก เลือกใช้

ฉีด เมโส ฝ้า กี่วันเห็นผล

F-RADIANCE   ช่วยเผยผิวกระจ่างใส แก้ปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เห็นผล ภายใน 2 สัปดาห์ แต่ควรมีการฉีดซ้ำทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ โดยทำต่อเนื่องประมาณ 5 ครั้งขึ้นไป เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและยั่งยืน ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล

 

ฉีดฝ้า ราคา

รายครั้ง

Meso Radiance รายครั้ง         1,500 บาท

( Promotion เดือน พฤษภาคม  999 บาทเท่านั้น  จากราคาปกติ 1,500 บาท )

คอร์ส

Meso Radiance /6 ครั้ง          7,500 บาท

Meso Radiance /14 ครั้ง       15,000 บาท

เมโส รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ
สอบถาม เมโส รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ด้วย Meso F-Radiance ได้ที่ธาราริน คลินิกทุกสาขา

 

 

ธารารินคลินิก สาขาขอนแก่น
Line 👉 https://lin.ee/ygwQWvV
Facebook 👉 https://fb.com/tararinclinic
Tel 👉 0930960827

ธารารินคลินิก สาขามหาสารคาม
Line 👉 https://lin.ee/3soh0wD
Facebook 👉 https://fb.com/tararinmahasarakam
Tel 👉 0930960829

ธารารินคลินิก สาขาร้อยเอ็ด
Line 👉 https://lin.ee/zaWJjjz
Facebook 👉 https://fb.com/tararinroiet
Tel 👉 0930960828

ธารารินคลินิก สาขาสุรินทร์
Line 👉 http://line.me/ti/p/~@tararinsr
Facebook 👉 https://fb.com/tararinsurin
Tel 👉 0980026735

read more
Thermage คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง

Thermage คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง

หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับหน้า ทำให้หน้าเรียว แต่คุณไม่มีเวลามาพักฟื้น ดังนั้นเทคโนโลยี Thermage จึงสามารถตอบโจทย์นี้ได้ เพราะ Thermage เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องทำการพักฟื้น และยังเป็นเทคโนโลยีที่คนนิยมทำเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อคุณเริ่มสนใจแล้วแต่คุณยังไม่รู้ว่า Thermage คืออะไร ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร ใครบ้างที่ควรทำ หรือไม่ควรทำ บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบไว้ให้ท่านแล้ว

 


Thermage (เทอร์มาจ) คืออะไร

Thermage คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ช่วยยกกระชับผิวโดยใช้พลังงานงานคลื่นวิทยุความถี่สูง โดยเครื่องเทอร์มาจนี้จะสามารถปล่อยพลังงานความร้อนลงไปได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ที่อยู่ลึกสุดของโครงสร้างผิว อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้กับผิวหนังของเรา ซึ่งเมื่ออายุเรามากขึ้นจะส่งให้ร่างกายของเราผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง จึงเป็นปัญหาตามที่ทำให้เกิดผิวหนังหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ ดังนั้นเมื่อเราเลือกที่จะทำ Thermage จึงเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ผิวของเรากลับมาดูเรียบเนียนสดใส และดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

 


Thermage มีวิธีการทำงานอย่างไร

เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นจะส่งผลให้ร่างกายของเราเริ่มผลิตคอลลาเจนได้อย่างน้อยลง ดังนั้นปัญหาที่ตามมาคือจะส่งผลให้ผิวของเราเริ่มไม่กระชับเริ่มมีความย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้หลายคนเริ่มมีความกังลและเริ่มมองหาวิธีการกำจัดปัญหา ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า เครื่อง Thermage ซึ่งเครื่องเทอร์มาจเป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุในการส่งความร้อนโดยความร้อนที่ถูกส่งผ่านเข้าไปนั้นจะแยกโมเลกุลของน้ำออกจากคอลลาเจนไฟบริน ซึ่งเป็นสาหตุที่ทำให้คอลลาเจนหดตัวทันทีและส่งผลให้ผิวมีความกระชับขึ้น ในระหว่างทำนั้นคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บแต่กลับจะรู้สึกว่าสบายตัวมากกว่า เมื่อเวลาผ่านไป 1-2 เดือนหลังจากที่ทำร่างกายของคนไข้จะมีการตอบสนองอย่างต่อเนื่อง โดยร่างกายจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมากขึ้นจึงทำให้คอลลาเจนที่สร้างขึ้นมีการจัดเรียงตัวกันใหม่ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะส่งผลให้ผิวของคนไข้รู้สึกกระชับ และเรียบเนียนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Thermage สามารถทำตรงไหนได้บ้าง

  • บริเวณลำคอ เหนียงใต้คาง
  • บริเวณใบหน้า ประกอบด้วย หน้าผาก ริ้วรอยรอบมุมปาก กรอบหน้า
  • บริเวณร่างกาย ประกอบด้วย หน้าท้องที่หย่อน ต้นขาที่ไม่กระชับ
  • บริเวณรอบดวงตา ประกอบด้วย หนังตาที่ตก เปลือกตาที่ย่น

ใครบ้างที่เหมาะและไม่เหมาะกับการทำ Thermage (เทอร์มาจ)

สำหรับใครที่เหมาะกับการทำ Thermage บ้าง ในบทความนี้ธารารินคลินิกจะมาสรุปให้ว่าใครบ้างที่ควรจะทำดังนี้

  •  ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง
  •  ผู้ที่มีปัญหาผิวย่อนคล้อยหลังคลอดบุตรหรือลดน้ำหนัก
  •  ผู้ที่มีปัญหาผิวไม่กระชับ
  •  ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่มีเวลาพักฟื้น
  •  ผู้ที่มีรูปหน้าไม่ชัด ไม่คม ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียว
  •  ผู้ที่มีแก้มเยอะ แก้มห้อย มีเหนียง
  •  ผู้ที่มีใบหน้าอวบอูม มีไขมันสะสม
  •  ผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-60 ปี เพราะผู้ที่มีอายุระหว่างนี้จะทำให้เห็นผลชัดเจน

สำหรับใครที่ไม่เหมาะกับการทำ Thermage บ้าง ในบทความนี้ธารารินคลินิกจะมาสรุปให้ว่าใครบ้างที่ไม่ควรจะทำ ดังนี้

  •  ผู้ที่มีผิวเสื่อมสภาพจากแสงแดด
  •  ผู้ที่มีประวัติการใช้ยากลุ่ม NSAIDS หรือ corticosteroids มานาน
  •  ผู้ที่มีสุขอนามัยไม่ดี/มีปัญหาสุขภาพจิต
  •  ผู้ที่ประสาทสัมผัสไม่ดี
  •  ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ผิวหย่อนคล้อยมาก

 


ใครที่ห้ามทำ Thermage โดยเด็ดขาด

ข้อห้าม ในการทำ thermage คนไข้ที่ติดเครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจ, มีโลหะภายในร่างกาย (Pacemaker, ICD, or any electronic implanted device) เนื่องจากคนไข้กลุ่มนี้มีความเสี่ยงเป็นอย่างสูง หากทำจะส่งผลอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

 


ผลลัพธ์ของการทำ Thermage

Thermage ช่วยอะไรบ้าง การทำ Thermage จะช่วยให้ผิวของเราดูเรียบเนียน กระชับ และคอนทัวร์ดีขึ้น บริเวณใบหน้า รอบดวงตาและร่างกาย จะเห็นผลได้ชัด 20-30% หลังการทำ และจะค่อย ๆ เห็นผลอย่างต่อเนื่องชัดเจนสูงสุด 6 เดือน และผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่ที่สภาพผิวและการดูแลปฏิบัติหลังทำ ซึ่งหากยังไม่ทราบว่า Thermage ที่เราจะเลือกทำบริเวณไหน บริเวณนั้นจะให้ผลลัพธ์อย่างไร ธารารินคลินิก ได้สรุปผลลัพธ์ในแต่ละบริเวณไว้ดังนี้

1.ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Thermage บริเวณรอบดวงตา (Eye)

  • ช่วยลดริ้วรอยและชั้นตาที่หลบใน คืนความอ่อนเยาว์ ดวงตาดูโตและสดใสขึ้น
  • ช่วยกระชับผิวหย่อนคล้อยใต้ตาให้กลับมาเรียบเนียน
  • ช่วยให้ริ้วรอยที่เหี่ยวย่นบริเวณรอบดวงตาดูจางลง

2.ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Thermage บริเวณใบหน้า (Face)

  • ช่วยลดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นบริเวณใบหน้าและหน้าผาก ได้ผิวที่เรียบเนียนกลับมาดูอ่อนเยาว์
  • ช่วยปรับรูปหน้าให้กระชับ เพิ่มคอนทัวร์ของใบหน้าให้ดีขึ้น
  • ช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงความรู้สึกเวลายิ้มและกังวล ให้กลับมาดูเรียบเนียน
  • ช่วยลดริ้วรอยบริเวณรอบปากให้กระชับเรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยเพิ่มความชัดบริเวณกรอบหน้าและใต้คาง
  • ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหน้า

3.ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Thermage บริเวณร่างกาย (Body)

  •  ช่วยลดหน้าท้องท้องที่หย่อนคล้อย แตกลายของคุณแม่หลังคลอดบุตร
  •  ช่วยกระชับต้นแขน ต้นขา สะโพก และขจัดเซลลูไลท์
  •  ช่วยให้ส่วนที่ทำดูกระชับ เรียบเนียน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น
  •  ช่วยสลายไขมันส่วนเกินทำให้สัดส่วนดูกระชับมากขึ้น

 


Thermage มีข้อดีอย่างไร และหลังทำเราต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

  •   สามารถทำได้กับทุกเพศ และทำได้กับทุกสีผิว โดยไม่มีข้อจำกัด
  •   ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งน้อยมาก เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้มา
  •   ไม่มีร่องรอยหรือบาดแผลหลังทำ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  •   รักษาเพียงครั้งเดียวเห็นผล ซึ่งจะต่างจากการทำเลเซอร์ทั่วไปที่ต้องกลับมาทำซ้ำถึง 5 รอบ
ซึ่งหลังการทำ Thermage เราต้องปฏิบัติตัวดังนี้
  •  สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  •  ทาครีมบำรุงผิวหน้าได้ตามปกติ
  •  งดการทำทรีทเมนต์และเลเซอร์ 1 สัปดาห์
  •  ติดตามผล 2 เดือน 4 เดือน และ 6-8 เดือน
  •  งดกิจกรรมที่เป็นการให้ความร้อน
  •  ควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดดทุกครั้ง

 

 


ทำ Thermage แล้วมีผลข้างเคียงอะไรไหม หัวข้อนี้มีคำตอบ

หลายท่านอาจจะกังวล ไม่กล้าที่จะทำเพราะกลัวผลข้างเคียงที่ร้ายแรง แต่เดี๋ยวก่อนในหัวข้อนี้ ธารารินคลินิกได้รวบรวมผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการทำ Thremage ไว้ให้ทุกท่านได้ทราบซึ่งผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นไม่ร้ายแรงแน่นอน ดังนี้

  • อาการบวม: อาจจะเกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ถึงขั้นที่บวมมากแบบผ่าตัด หรือต้องหยุดงาน ซึ่งอาการบวมดังกล่าวนี้จะหายได้เองภายใน 4-5 วัน
  • อาการแดง: อาจจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากมีการเกิดความร้อนใต้ผิว ซึ่งอาการดังกล่าวจะหายได้เองภายใน 1-2 ชั่วโมง
  • ผิวไหม้: อาจจะมีเคสที่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากความร้อนของเครื่องเทอร์มาจ เป็นความร้อนที่อยู่ในระดับ Hot But Tolerated เป็นความร้อนที่สามารถทนได้ หากลูกค้ารู้สึกว่าร้อนเกินไปสามารถแจ้งแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ เพราะผิวหนังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ที่แพทย์ผู้ทำว่ามีประสบการณ์มากเท่าใด หากแพทย์มีประสบการณ์ชำนาญมาก เคสกรณีแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้น้อยหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้

 


 

รีวิวก่อน-หลัง ทำ Thermage

 

Thermage Eye

 

 

Thermage Face

 

 

Thermage Face

 

Thermage Body

Theramage ราคา เท่าไหร่

หากจะพูดถึงเรื่อง ราคา Theramage ซึ่งเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าแต่ละที่ไหนย่อมมีราคาที่แตกต่างกันออกไป และแพทย์ประจำที่ทำนั้นประสบการณ์ก็ย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน ดังนั้นธารารินคลินิกขอนำเสนอโปรโมชั่นราคาให้กับลูกค้าที่สนใจ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 39,900 บาท ต่อ 450 Shot หากลูกค้าต้องการจำนวน Shot ที่เพิ่มขึ้นสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ธารารินคลินิก ที่นี้มีเครื่องประจำ มีแพทย์ที่ชำนาญมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

 

ราคาโปรโมชั่นแนะนำ

New thermage FLX 450 shot โปรโมชั่นพิเศษราคา 39,900 บาท

New thermage FLX 900 shot โปรโมชั่นพิเศษราคา 79,800 บาท

read more
ตอบปัญหาเรื่องสิว สิวเกิดจากอะไร รักษาสิวอย่างไรให้หาย

ตอบปัญหาเรื่องสิว สิวเกิดจากอะไร รักษาสิวอย่างไรให้หาย

สิวคืออะไร สิวเกิดจากอะไร?

รักษาสิว สิว คือ การอักเสบของรูขุมขนที่เกิดจากการที่ผิวหนังมีการสร้างน้ำมันมากเกินไป โดยปกติแล้วต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อเคลือบผิวไม่ให้แห้งจนเกินไป แต่เมื่อสร้างมากเกินความจำเป็น จึงทำให้ไขมันไม่สามารถออกจากรูขุมขนได้ทัน ส่งผลให้เกิดการสะสมของน้ำมันบนผิวหนัง จนเกิดการอุดตันก่อให้เกิดเป็นสิวอุดตัน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ มีไตสีขาวอยู่ข้างใน และหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย ก็อาจจะทำให้เกิดการอักเสบและกลายเป็น สิวอักเสบ ที่มีลักษณะเป็นตุ่มหนองได้

สาเหตุของการเกิดสิว นั้นมีหลายปัจจัย โดยสามารถแบ่งเป็นปัจจัยหลักๆได้ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายในร่างกายและปัจจัยภายนอกร่างกาย

ปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน ความเครียด กรรมพันธุ์ และความมันบนใบหน้า เป็นต้น

  • ฮอร์โมน

ปัจจัยเหล่านี้ มีส่วนสำคัญในการเกิดสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยเรื่องฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็นระดับฮอร์โมน หรือการตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนที่มีผลต่อการเกิดสิว คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน ( Androgens ) โดยระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน จะมีระดับสูงในช่วงวัยรุ่น ทำให้พบอัตราการเกิดสิวในช่วงอายุนี้มากกว่าช่วงอายุอื่น ซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ ทำให้สร้างไขมันออกมามากขึ้น จนไม่สามารถออกมาจากรูขุมขนได้ทัน จึงเข้าสู่กระบวนการเกิดสิวนั่นเอง นอกจากฮอร์โมนแอนโดรเจน ยังมีอีกหนึ่งฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน หากฮอร์โมนนี้มีระดับที่สูงขึ้น จะส่งผลให้รูขุมขนบวมและเกิดอาการอักเสบได้ง่าย ซึ่งมีผลกับผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือผู้หญิงที่อยู่ระหว่างมีประจำเดือน และอาจเกิดสิวเห่อมากขึ้นในระยะก่อนมีประจำเดือน

  • กรรมพันธุ์

กรรมพันธุ์ของแต่ละคนจะทำให้โครงสร้างของผิวแตกต่างกัน ระบบในร่างกายมีระดับการสร้างไขมันที่ต่างกัน บางคนอาจสร้างมากเกินไปหรือน้อยเกินไป  รวมทั้งความต่างด้านความสามารถในการซ่อมแซมผิวหนังระหว่างเกิดสิวและหลังเกิดสิวเช่นกัน ปัจจัยนี้จึงส่งผลต่อการเกิดสิวและการหายของสิวในแต่ละบุคคลได้ไม่เท่ากันนั่นเอง

  • ความเครียด

เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน เช่น Cortisol androgens เป็นต้น โดยฮอร์โมนดังกล่าวนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นและอาจทำให้เกิดสิว อีกทั้งความเครียดยังอาจส่งผลให้เกิดการจับหรือสัมผัสผิว ซึ่งทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียส่งผลให้เกิดการอักเสบของสิวได้

  • ความมันบนใบหน้า

โดยปกติแล้วต่อมไขมันบนใบหน้าจะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อคงความชุ่มชื่นให้ผิว รวมถึงปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรก แต่หากความมันนี้มีมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากฮอร์โมน สภาพอากาศ หรือพฤติกรรมของมนุษย์เอง โดยจากปัจจัยข้างบนเมื่อพบว่าใบหน้ามีความมันมากเกินไปแล้วไม่ทำความสะอาดหรือทำความสะอาดไม่ถูกวิธี น้ำมันนั้นก็จะอุดตันในรูขุมขน ซึ่งเมื่อรวมตัวกับเซลล์ที่ตาย ก็จะเกิดเป็นสิวอุดตันในที่สุด

 

สิวคืออะไร สิวเกิดจากอะไร?

 

ปัจจัยภายนอกร่างกาย  เช่น เครื่องสำอาง การทำความสะอาดผิวหน้า แสงแดดและมลภาวะ อาหาร ผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น

  • เครื่องสำอาง

เครื่องสำอางและสารเคมีบางอย่างอาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ดังนั้น คนที่มีสภาพผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าหากจำเป็นต้องใช้ ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมัน (Oil – free) และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่ทำให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ

  • การทำความสะอาดผิวหน้า

การล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธี ด้วยการขัดหรือถูที่รุนแรงเกินไป จะทำให้ผิวถูกทำลายและแห้งกร้านลง ส่งผลให้เป็นสิวรุนแรงมากขึ้น และไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไป หรือมากกว่าวันละ 2 ครั้ง เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้มีต่อมไขมันทำงานมากผิดปกติ อีกทั้งการที่เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่ตรงกับสภาพผิวหน้าของตน ก็มีผลต่อความมันบนใบหน้าด้วยเช่นกัน นอกจากการล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธีแล้ว พฤติกรรมการชอบสัมผัสใบหน้า เช่น การจับ ลูบ แคะ แกะ เกา อยู่บ่อยๆ ก็มีผลต่อการเกิดสิวได้เช่นกัน เนื่องจากในแต่ละวัน เราอาจมีการสัมผัสสิ่งต่างๆ แล้วไม่ได้ทำความสะอาดดีเท่าที่ควร หากมาสัมผัสใบหน้าก็อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือนำพาแบคทีเรียมาทำให้สิวเกิดการอักเสบได้ด้วย

  • แสงแดดและมลภาวะ

สภาพอากาศอาจจะทำให้เกิดสิว เพราะเมื่อผิวจำเป็นต้องเผชิญกับอากาศร้อน ความร้อนจากแสงแดดจะทำให้น้ำในผิวระเหยออกมา เมื่อผิวหน้าแห้ง ต่อมไขมันก็จะผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น อีกทั้งฝุ่นและควันจากท้องถนน ก็เป็นเหตุให้สิ่งสกปรกเหล่านี้เข้ามาอุดตันในรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวนั่นเอง

  • อาหาร

แม้ว่าสาเหตุหลักของการเกิดสิวจะมาจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป แต่การรับประทานอาหารบางชนิด ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวได้ เช่น อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง ได้แก่ ช็อคโกแลต ขนมปังขาว มันฝรั่ง เครื่องดื่ม และขนมที่มีรสหวานมาก อาหารประเภทนี้จะกระตุ้นให้เกิดสิว เนื่องจากทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนอินซูลินมากเกินไป เมื่อระดับอินซูลินสูงขึ้น จะทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันสูงขึ้นด้วย

  • ผลิตภัณฑ์จากนม

อาหารประเภทนี้มีส่วนผสมของฮอร์โมนบางชนิดที่ก่อให้เกิดสิวได้ เนื่องจาก กระบวนการในการย่อยนมของร่างกายนั้นจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตขึ้น ซึ่งรวมถึงฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวอย่าง ฮอร์โมนแอนโดรเจนก็ถูกผลิตขึ้นมาด้วย เช่น นมวัว ที่ถูกรีดออกมาจากแม่วัวที่พึ่งคลอดลูก ก็จะมีฮอร์โมนสูง ทำให้เวลาดื่มนมเข้าไป ฮอร์โมนในนมก็จะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้นและเข้าสู่กระบวนการเกิดสิวในที่สุด

 


ชนิดของสิว สิวไม่อักเสบ สิวอักเสบ

สิวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  • สิวไม่อักเสบ
  • สิวอักเสบ

 

สิวอักเสบ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตัน

 

สิวไม่อักเสบ  คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน หรือ เรียกอีกอย่างว่า สิวอุดตัน โดยสิวอุดตันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  1. สิวหัวปิด (สิวหัวขาว) จะมีมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ หัวขาวๆ
  2. สิวหัวเปิด (สิวหัวดำ) มีลักษณะเป็นหัวสีดำ

สิวอักเสบ  คือ สิวที่เกิดจากการอุดตัน แต่มีการติดเชื้อของแบคทีเรียในบริเวณรูขุมขนจึงทำให้เกิดการอาการอักเสบ โดยสิวอักเสบ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่

  1. สิวอักเสบ (Papule) มีลักษณะตุ่มนูนบวมแดง เกิดจากสิวอุดตันที่มีแบคทีเรียเข้าไปอยู่ในรูขุมขน บวกกับความมันบนผิว ทำให้เกิดอาการอักเสบเมื่อจับจะรู้สึกเจ็บ และหากมีการอักเสบอย่างรุนแรงจะกลายเป็นสิวหัวหนอง และสิวอักเสบขนาดใหญ่ รวมถึงสิวบริเวณถุงใต้ผิวหนัง หรือที่เรียกว่าชีสต์ได้
  2. สิวหัวหนอง (Pustule) มีลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาดเล็ก ไม่มีหัวสิว เกิดจากที่แบคทีเรียไปอุดตันรูขุมขน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวมากำจัดแบคทีเรียนี้ จึงทำให้เกิดตุ่มสิวนูนแดง
  3. สิวอักเสบขนาดใหญ่ (Nodule) สิวบริเวณถุงใต้ผิวหนัง (Acne Cyst) หรือ สิวหัวช้าง มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงขนาดใหญ่ คล้ายชีสต์และมีหนองร่วมด้วย เกิดจากการอักเสบของสิวอย่างรุนแรง เป็นระยะเวลายาวนาน เมื่อสัมผัสจะทำให้มีอาการเจ็บปวดมาก

 


รักษาสิว มีวิธีการอย่างไร

การรักษาสิวโดยทั่วไป คือ การป้องกันการเกิดสิวใหม่และลดการอักเสบของสิว ซึ่งปัจจุบันการรักษาสิวและรอยสิวมีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งยาทาเฉพาะจุด ยารับประทาน  การทำหัตถการต่างๆ รวมถึงการรักษาด้วยเลเซอร์ ทั้งนี้การที่จะเลือกรักษาแบบใด ควรเริ่มจากการประเมินสภาพผิวหน้าขณะที่เผชิญปัญหาสิวก่อน ว่ามีระดับความรุนแรงมากน้อยเพียงใด

เทคนิคและแนวทางรักษาสิว

หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว

  • ควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอาง ประเภทที่ทำให้เกิดสิวและเครื่องสำอางที่เพิ่มความมันที่จะก่อให้เกิดการอุดตัน
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดและมลภาวะ เพราะสิวบางชนิดอาจเห่อได้เมื่อสัมผัสความร้อน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณใบหน้า รวมถึงไม่ควรบีบหรือแกะสิวโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สิวอักเสบและเกิดรอยดำได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง อาหารจำพวกแป้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนม ขณะกำลังประสบปัญหาเรื่องสิว
  • ไม่ควรล้างหน้ามากกว่า 2-3 ครั้งต่อวัน หลีกเลี่ยงการล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธี และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่เป็นด่างมากเกินไป
  • กำจัดความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ

เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า

ก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือบำรุงผิวหน้า รวมถึงเครื่องสำอางต่างๆ ควรประเมินสภาพผิวหน้าของตนเองก่อน เพื่อที่จะได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ผู้ที่มีผิวมัน ควรเลือกใช้รองพื้นแบบไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะจะช่วยให้ผิวแมตต์ไม่มันวาวระหว่างวัน หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน

เลือกรับประทานอาหารที่จะช่วยลดการเกิดสิวหรือลดการอักเสบของสิว

เช่น อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ อาหารที่มีเส้นใยสูง อาจช่วยควบคุมอินซูลินและเสริมความสมดุลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายได้ นอกจากนี้ยังควรลดปริมาณการรับประทานนมและช็อกโกแลต และหันไปบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 3 มากขึ้น เพราะโอเมก้า 3 จะช่วยลดการอักเสบได้ดี รวมถึงควรทานอาหารที่มีธาตุสังกะสีหรือซิงค์เพิ่มขึ้น เพราะซิงค์จะช่วยลดการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อ P.acnes ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ส่งผลต่อการอักเสบของสิวนั่นเอง

การรักษาสิวโดยใช้ยารักษาสิว

  • ยาทา จะออกฤทธิ์ลดสิวอุดตัน ฆ่าเชื้อสิว และลดการอักเสบ ยาที่นิยมใช้ คือ ยาทาที่มีตัวยาเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์(Benzoyl Peroxide) และยาทาที่มีตัวยาปฎิชีวนะ
  • ยารับประทาน ควรรับประทานติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน หากหยุดยาเร็ว สิวจะกลับมาเป็นใหม่ได้ง่าย ยาที่นิยมใช้ คือ ยากลุ่มปฎิชีวนะ ยากลุ่มฮอร์โมนและยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ

พบแพทย์เพื่อรักษาสิว

  • การกดสิว  ใช้ในกรณีที่เป็นสิวอุดตัน

การกดสิว คือ การบีบบริเวณที่เป็นสิว โดยใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อเจาะลงไปใต้ผิวหนัง ทำให้สิวอุดตันหัวเปิดหลุดออกมา เพื่อที่จะช่วยลดการสะสมของไขมันในรูขุมขนที่ส่งผลให้เกิดการอุดตัน  การกดสิวจะปลอดภัยหากทำอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี ใช้เครื่องมือที่สะอาดและเหมาะสม จะช่วยกำจัดสิวอุดตันให้หายเร็วขึ้น ถึงแม้ว่าการกดสิวจะสามารถทำได้ด้วยตนเองแต่ถ้าหากรักษาไม่ถูกวิธี ขาดความเชี่ยวชาญ ไม่รักษาความสะอาดให้ดีพอ มีการสัมผัส แกะ หรือบีบบริเวณที่เป็นสิวก็อาจทำให้สิวแย่ลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากแบคทีเรียจนเกิดอาการอักเสบได้ในที่สุด

ดังนั้น หากต้องการรักษาสิวด้วยวิธีกดสิว ควรไปพบแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดปัญหาต่างๆที่ตามมาอีกด้วย

  • ฉีดสิว ใช้ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบ

การฉีดสิว คือ การฉีดยาลงไปใต้ผิวหนัง เพื่อลดอาการอักเสบและช่วยยุบอาการบวมของสิว การฉีดสิวจะช่วยแค่ให้บริเวณผิวที่อักเสบยุบตัวลง หากต้องการป้องกันการกลับมาของสิว หลังจากฉีดสิวควรกดหัวสิวที่ค้างอยู่ออกไป แล้วแต้มสิวหรือใช้ยาทาสิว ยารับประทานร่วมด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

  • การรักษาด้วยแสงเลเซอร์  การใช้แสงเลเซอร์จะช่วยรักษาสิวและลดรอยได้เร็ว มีผลลัพธ์ชัดเจน

 


รักษาสิว อย่างไรให้หาย ตัวเลือกรักษาสิว ที่ธารารินคลินิก

 

รักษาสิว ด้วยคอร์ส Basic Acne

 

 รักษาสิว ด้วยคอร์ส Basic Acne

โปรแกรม รักษาสิว basic acne กดสิวอุดตัน , ฉีดสิวอักเสบ และมาร์คสิว เพื่อลดการอักเสบ ทั้งใบหน้าพร้อมทั้งทายา และรับประทานเพื่อรักษาสิว เห็นผลได้ชัดเจนไม่เลี้ยงไข้ !!

 

ค่าบริการ

ราคาคอร์ส 4,400/8 ครั้ง

 


รักษาสิว ด้วยคอร์ส Advance Acne

โปรแกรม รักษาสิว Advance Acne คือคอร์สรักษาสิว ฉีดสิว ครอบคลุมทุกขั้นตอนการรักษาสิว ฉายแสงรักษาสิว (Bio Light), กดสิวอุดตัน, มาร์คสิว, ฉีดผิวอักเสบโดยแพทย์

รวมถึงยาทาและยารับประทานซึ่งได้มาตรฐานการรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนสิวหายเป็นการรักษาควบคู่ไปกับการบำรุงดูแลผิวหลังการรักษาครบคอร์สผิวจึง

กลับมาสวยใสและมีสุขภาพผิวที่แข็งแรงขึ้น

รักษาสิว ด้วยคอร์ส Advance Acne

ค่าบริการ

ราคาคอร์ส  8,800/8 ครั้ง

รักษาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

 


รักษาสิว ด้วยแสง Bio Light

แสงรักษาสิว Bio Light คือ การรักษาโดยใช้ Light Therapy โดยใช้แสง Blue Light (แสงสีน้ำเงิน), Red Light (แสงสีแดง) และ Yellow Light (แสงสีเหลือง) ช่วยในการลดการทำงานของต่อมไขมันและการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย P. acne ต้นกำเนิดสิว

รักษาสิว ด้วยแสง Bio Light

 

รายละเอียด นวัตกรรมฉายแสงรักษาผิวหน้า ประกอบด้วย

Blue light ช่วยฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย P.acne ที่ทำให้เกิดสิว ทำให้สิวอักเสบยุบตัวเร็วขึ้น ย่นระยะเวลาของการทานยา

Yellow light ช่วยรักษารอยดำ ฝ้า กระ เม็ดสีที่เข้มให้จางลง กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง

Red light ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลาเจน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ลดริ้วรอย สามารถใช้ได้ทั้งหน้าและแผ่นหลัง

ค่าบริการ

รายครั้ง 1,000.-
คอร์ส 7,000.- /8 ครั้ง

 


ลบรอยแดงจากสิว ด้วย Advance VPL

Advance VPL คือ โปรแกรม Photorejuvenation พลังงานแสงเข้มข้นสูง

ลบรอยแดงจากสิว ด้วย Advance VPL

ช่วงความยาวคลื่น 515-1,200 นาโนเมตร พลังงานแสงจะผ่านผิวชั้นบนเข้าสู่ผิวชั้นล่าง

โดยไม่ทำอันตรายต่อผิวชั้นบนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

และทำลายเซลล์สร้างสีที่ผิดปกติ ช่วยรักษารอยแดงจากสิว ลดรอยดําจากสิว

Advance VPL  ดีอย่างไร

  1. ช่วยลดรอยด่างดำ กระ ฝ้า และปัญหาหน้าแดง รักษารอยแดงจากสิวบนใบหน้า
  2. ช่วยลดรอยแผลเป็นจากสิว ลดรอยดําจากสิว
  3. ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า
  4. ช่วยรักษาขนที่ไม่พึงประสงค์
  5. ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และรูขุมขนกระชับ
  6. ช่วยให้ผิวที่ปกติได้รับการฟื้นฟูให้มีสุขภาพผิวดียิ่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ค่าบริการ

VPL หน้าใส  850.-/ ครั้ง
VPL หน้าใส (S) คอร์ส   4,250.-/ 6 ครั้ง
VPL หน้าใส (L) คอร์ส   8,500.-/ 13 ครั้ง

 


รีวิว รักษาสิว ที่ธารารินคลินิค

รีวิว รักษาสิว ที่ธารารินคลินิค

 

รีวิว รักษาสิว ที่ธารารินคลินิค

 

read more