fbpx
เปิดให้บริการ 4 สาขา ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, สุรินทร์ เวลาทำการ : จันทร์ - อาทิตย์ 11.00-20.00 น. หยุดทุกวันพุธ 085 7550 515
0

หมวดหมู่: Blog

ตอบปัญหาเรื่องสิว สิวเกิดจากอะไร รักษาสิวอย่างไรให้หาย

ตอบปัญหาเรื่องสิว สิวเกิดจากอะไร รักษาสิวอย่างไรให้หาย

สิวคืออะไร สิวเกิดจากอะไร?

รักษาสิว สิว คือ การอักเสบของรูขุมขนที่เกิดจากการที่ผิวหนังมีการสร้างน้ำมันมากเกินไป โดยปกติแล้วต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อเคลือบผิวไม่ให้แห้งจนเกินไป แต่เมื่อสร้างมากเกินความจำเป็น จึงทำให้ไขมันไม่สามารถออกจากรูขุมขนได้ทัน ส่งผลให้เกิดการสะสมของน้ำมันบนผิวหนัง จนเกิดการอุดตันก่อให้เกิดเป็นสิวอุดตัน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ มีไตสีขาวอยู่ข้างใน และหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย ก็อาจจะทำให้เกิดการอักเสบและกลายเป็น สิวอักเสบ ที่มีลักษณะเป็นตุ่มหนองได้

สาเหตุของการเกิดสิว นั้นมีหลายปัจจัย โดยสามารถแบ่งเป็นปัจจัยหลักๆได้ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยภายในร่างกายและปัจจัยภายนอกร่างกาย

ปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน ความเครียด กรรมพันธุ์ และความมันบนใบหน้า เป็นต้น

  • ฮอร์โมน

ปัจจัยเหล่านี้ มีส่วนสำคัญในการเกิดสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยเรื่องฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็นระดับฮอร์โมน หรือการตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนที่มีผลต่อการเกิดสิว คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน ( Androgens ) โดยระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน จะมีระดับสูงในช่วงวัยรุ่น ทำให้พบอัตราการเกิดสิวในช่วงอายุนี้มากกว่าช่วงอายุอื่น ซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ ทำให้สร้างไขมันออกมามากขึ้น จนไม่สามารถออกมาจากรูขุมขนได้ทัน จึงเข้าสู่กระบวนการเกิดสิวนั่นเอง นอกจากฮอร์โมนแอนโดรเจน ยังมีอีกหนึ่งฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน หากฮอร์โมนนี้มีระดับที่สูงขึ้น จะส่งผลให้รูขุมขนบวมและเกิดอาการอักเสบได้ง่าย ซึ่งมีผลกับผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือผู้หญิงที่อยู่ระหว่างมีประจำเดือน และอาจเกิดสิวเห่อมากขึ้นในระยะก่อนมีประจำเดือน

  • กรรมพันธุ์

กรรมพันธุ์ของแต่ละคนจะทำให้โครงสร้างของผิวแตกต่างกัน ระบบในร่างกายมีระดับการสร้างไขมันที่ต่างกัน บางคนอาจสร้างมากเกินไปหรือน้อยเกินไป  รวมทั้งความต่างด้านความสามารถในการซ่อมแซมผิวหนังระหว่างเกิดสิวและหลังเกิดสิวเช่นกัน ปัจจัยนี้จึงส่งผลต่อการเกิดสิวและการหายของสิวในแต่ละบุคคลได้ไม่เท่ากันนั่นเอง

  • ความเครียด

เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน เช่น Cortisol androgens เป็นต้น โดยฮอร์โมนดังกล่าวนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นและอาจทำให้เกิดสิว อีกทั้งความเครียดยังอาจส่งผลให้เกิดการจับหรือสัมผัสผิว ซึ่งทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียส่งผลให้เกิดการอักเสบของสิวได้

  • ความมันบนใบหน้า

โดยปกติแล้วต่อมไขมันบนใบหน้าจะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อคงความชุ่มชื่นให้ผิว รวมถึงปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรก แต่หากความมันนี้มีมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากฮอร์โมน สภาพอากาศ หรือพฤติกรรมของมนุษย์เอง โดยจากปัจจัยข้างบนเมื่อพบว่าใบหน้ามีความมันมากเกินไปแล้วไม่ทำความสะอาดหรือทำความสะอาดไม่ถูกวิธี น้ำมันนั้นก็จะอุดตันในรูขุมขน ซึ่งเมื่อรวมตัวกับเซลล์ที่ตาย ก็จะเกิดเป็นสิวอุดตันในที่สุด

 

สิวคืออะไร สิวเกิดจากอะไร?

 

ปัจจัยภายนอกร่างกาย  เช่น เครื่องสำอาง การทำความสะอาดผิวหน้า แสงแดดและมลภาวะ อาหาร ผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น

  • เครื่องสำอาง

เครื่องสำอางและสารเคมีบางอย่างอาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ดังนั้น คนที่มีสภาพผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าหากจำเป็นต้องใช้ ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมัน (Oil – free) และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่ทำให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ

  • การทำความสะอาดผิวหน้า

การล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธี ด้วยการขัดหรือถูที่รุนแรงเกินไป จะทำให้ผิวถูกทำลายและแห้งกร้านลง ส่งผลให้เป็นสิวรุนแรงมากขึ้น และไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไป หรือมากกว่าวันละ 2 ครั้ง เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้มีต่อมไขมันทำงานมากผิดปกติ อีกทั้งการที่เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่ตรงกับสภาพผิวหน้าของตน ก็มีผลต่อความมันบนใบหน้าด้วยเช่นกัน นอกจากการล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธีแล้ว พฤติกรรมการชอบสัมผัสใบหน้า เช่น การจับ ลูบ แคะ แกะ เกา อยู่บ่อยๆ ก็มีผลต่อการเกิดสิวได้เช่นกัน เนื่องจากในแต่ละวัน เราอาจมีการสัมผัสสิ่งต่างๆ แล้วไม่ได้ทำความสะอาดดีเท่าที่ควร หากมาสัมผัสใบหน้าก็อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือนำพาแบคทีเรียมาทำให้สิวเกิดการอักเสบได้ด้วย

  • แสงแดดและมลภาวะ

สภาพอากาศอาจจะทำให้เกิดสิว เพราะเมื่อผิวจำเป็นต้องเผชิญกับอากาศร้อน ความร้อนจากแสงแดดจะทำให้น้ำในผิวระเหยออกมา เมื่อผิวหน้าแห้ง ต่อมไขมันก็จะผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น อีกทั้งฝุ่นและควันจากท้องถนน ก็เป็นเหตุให้สิ่งสกปรกเหล่านี้เข้ามาอุดตันในรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวนั่นเอง

  • อาหาร

แม้ว่าสาเหตุหลักของการเกิดสิวจะมาจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป แต่การรับประทานอาหารบางชนิด ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวได้ เช่น อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง ได้แก่ ช็อคโกแลต ขนมปังขาว มันฝรั่ง เครื่องดื่ม และขนมที่มีรสหวานมาก อาหารประเภทนี้จะกระตุ้นให้เกิดสิว เนื่องจากทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนอินซูลินมากเกินไป เมื่อระดับอินซูลินสูงขึ้น จะทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันสูงขึ้นด้วย

  • ผลิตภัณฑ์จากนม

อาหารประเภทนี้มีส่วนผสมของฮอร์โมนบางชนิดที่ก่อให้เกิดสิวได้ เนื่องจาก กระบวนการในการย่อยนมของร่างกายนั้นจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตขึ้น ซึ่งรวมถึงฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวอย่าง ฮอร์โมนแอนโดรเจนก็ถูกผลิตขึ้นมาด้วย เช่น นมวัว ที่ถูกรีดออกมาจากแม่วัวที่พึ่งคลอดลูก ก็จะมีฮอร์โมนสูง ทำให้เวลาดื่มนมเข้าไป ฮอร์โมนในนมก็จะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้นและเข้าสู่กระบวนการเกิดสิวในที่สุด

 


ชนิดของสิว สิวไม่อักเสบ สิวอักเสบ

สิวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  • สิวไม่อักเสบ
  • สิวอักเสบ

 

สิวอักเสบ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตัน

 

สิวไม่อักเสบ  คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน หรือ เรียกอีกอย่างว่า สิวอุดตัน โดยสิวอุดตันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  1. สิวหัวปิด (สิวหัวขาว) จะมีมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ หัวขาวๆ
  2. สิวหัวเปิด (สิวหัวดำ) มีลักษณะเป็นหัวสีดำ

สิวอักเสบ  คือ สิวที่เกิดจากการอุดตัน แต่มีการติดเชื้อของแบคทีเรียในบริเวณรูขุมขนจึงทำให้เกิดการอาการอักเสบ โดยสิวอักเสบ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่

  1. สิวอักเสบ (Papule) มีลักษณะตุ่มนูนบวมแดง เกิดจากสิวอุดตันที่มีแบคทีเรียเข้าไปอยู่ในรูขุมขน บวกกับความมันบนผิว ทำให้เกิดอาการอักเสบเมื่อจับจะรู้สึกเจ็บ และหากมีการอักเสบอย่างรุนแรงจะกลายเป็นสิวหัวหนอง และสิวอักเสบขนาดใหญ่ รวมถึงสิวบริเวณถุงใต้ผิวหนัง หรือที่เรียกว่าชีสต์ได้
  2. สิวหัวหนอง (Pustule) มีลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาดเล็ก ไม่มีหัวสิว เกิดจากที่แบคทีเรียไปอุดตันรูขุมขน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวมากำจัดแบคทีเรียนี้ จึงทำให้เกิดตุ่มสิวนูนแดง
  3. สิวอักเสบขนาดใหญ่ (Nodule) สิวบริเวณถุงใต้ผิวหนัง (Acne Cyst) หรือ สิวหัวช้าง มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงขนาดใหญ่ คล้ายชีสต์และมีหนองร่วมด้วย เกิดจากการอักเสบของสิวอย่างรุนแรง เป็นระยะเวลายาวนาน เมื่อสัมผัสจะทำให้มีอาการเจ็บปวดมาก

 


รักษาสิว มีวิธีการอย่างไร

การรักษาสิวโดยทั่วไป คือ การป้องกันการเกิดสิวใหม่และลดการอักเสบของสิว ซึ่งปัจจุบันการรักษาสิวและรอยสิวมีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งยาทาเฉพาะจุด ยารับประทาน  การทำหัตถการต่างๆ รวมถึงการรักษาด้วยเลเซอร์ ทั้งนี้การที่จะเลือกรักษาแบบใด ควรเริ่มจากการประเมินสภาพผิวหน้าขณะที่เผชิญปัญหาสิวก่อน ว่ามีระดับความรุนแรงมากน้อยเพียงใด

เทคนิคและแนวทางรักษาสิว

หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว

  • ควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอาง ประเภทที่ทำให้เกิดสิวและเครื่องสำอางที่เพิ่มความมันที่จะก่อให้เกิดการอุดตัน
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดและมลภาวะ เพราะสิวบางชนิดอาจเห่อได้เมื่อสัมผัสความร้อน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณใบหน้า รวมถึงไม่ควรบีบหรือแกะสิวโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สิวอักเสบและเกิดรอยดำได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง อาหารจำพวกแป้ง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนม ขณะกำลังประสบปัญหาเรื่องสิว
  • ไม่ควรล้างหน้ามากกว่า 2-3 ครั้งต่อวัน หลีกเลี่ยงการล้างหน้าที่ไม่ถูกวิธี และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่เป็นด่างมากเกินไป
  • กำจัดความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ

เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า

ก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือบำรุงผิวหน้า รวมถึงเครื่องสำอางต่างๆ ควรประเมินสภาพผิวหน้าของตนเองก่อน เพื่อที่จะได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ผู้ที่มีผิวมัน ควรเลือกใช้รองพื้นแบบไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะจะช่วยให้ผิวแมตต์ไม่มันวาวระหว่างวัน หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน

เลือกรับประทานอาหารที่จะช่วยลดการเกิดสิวหรือลดการอักเสบของสิว

เช่น อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ อาหารที่มีเส้นใยสูง อาจช่วยควบคุมอินซูลินและเสริมความสมดุลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายได้ นอกจากนี้ยังควรลดปริมาณการรับประทานนมและช็อกโกแลต และหันไปบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 3 มากขึ้น เพราะโอเมก้า 3 จะช่วยลดการอักเสบได้ดี รวมถึงควรทานอาหารที่มีธาตุสังกะสีหรือซิงค์เพิ่มขึ้น เพราะซิงค์จะช่วยลดการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อ P.acnes ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ส่งผลต่อการอักเสบของสิวนั่นเอง

การรักษาสิวโดยใช้ยารักษาสิว

  • ยาทา จะออกฤทธิ์ลดสิวอุดตัน ฆ่าเชื้อสิว และลดการอักเสบ ยาที่นิยมใช้ คือ ยาทาที่มีตัวยาเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์(Benzoyl Peroxide) และยาทาที่มีตัวยาปฎิชีวนะ
  • ยารับประทาน ควรรับประทานติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน หากหยุดยาเร็ว สิวจะกลับมาเป็นใหม่ได้ง่าย ยาที่นิยมใช้ คือ ยากลุ่มปฎิชีวนะ ยากลุ่มฮอร์โมนและยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ

พบแพทย์เพื่อรักษาสิว

  • การกดสิว  ใช้ในกรณีที่เป็นสิวอุดตัน

การกดสิว คือ การบีบบริเวณที่เป็นสิว โดยใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อเจาะลงไปใต้ผิวหนัง ทำให้สิวอุดตันหัวเปิดหลุดออกมา เพื่อที่จะช่วยลดการสะสมของไขมันในรูขุมขนที่ส่งผลให้เกิดการอุดตัน  การกดสิวจะปลอดภัยหากทำอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี ใช้เครื่องมือที่สะอาดและเหมาะสม จะช่วยกำจัดสิวอุดตันให้หายเร็วขึ้น ถึงแม้ว่าการกดสิวจะสามารถทำได้ด้วยตนเองแต่ถ้าหากรักษาไม่ถูกวิธี ขาดความเชี่ยวชาญ ไม่รักษาความสะอาดให้ดีพอ มีการสัมผัส แกะ หรือบีบบริเวณที่เป็นสิวก็อาจทำให้สิวแย่ลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากแบคทีเรียจนเกิดอาการอักเสบได้ในที่สุด

ดังนั้น หากต้องการรักษาสิวด้วยวิธีกดสิว ควรไปพบแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดปัญหาต่างๆที่ตามมาอีกด้วย

  • ฉีดสิว ใช้ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบ

การฉีดสิว คือ การฉีดยาลงไปใต้ผิวหนัง เพื่อลดอาการอักเสบและช่วยยุบอาการบวมของสิว การฉีดสิวจะช่วยแค่ให้บริเวณผิวที่อักเสบยุบตัวลง หากต้องการป้องกันการกลับมาของสิว หลังจากฉีดสิวควรกดหัวสิวที่ค้างอยู่ออกไป แล้วแต้มสิวหรือใช้ยาทาสิว ยารับประทานร่วมด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

  • การรักษาด้วยแสงเลเซอร์  การใช้แสงเลเซอร์จะช่วยรักษาสิวและลดรอยได้เร็ว มีผลลัพธ์ชัดเจน

 


รักษาสิว อย่างไรให้หาย ตัวเลือกรักษาสิว ที่ธารารินคลินิก

 

รักษาสิว ด้วยคอร์ส Basic Acne

 

 รักษาสิว ด้วยคอร์ส Basic Acne

โปรแกรม รักษาสิว basic acne กดสิวอุดตัน , ฉีดสิวอักเสบ และมาร์คสิว เพื่อลดการอักเสบ ทั้งใบหน้าพร้อมทั้งทายา และรับประทานเพื่อรักษาสิว เห็นผลได้ชัดเจนไม่เลี้ยงไข้ !!

 

ค่าบริการ

ราคาคอร์ส 4,400/8 ครั้ง

 


รักษาสิว ด้วยคอร์ส Advance Acne

โปรแกรม รักษาสิว Advance Acne คือคอร์สรักษาสิว ฉีดสิว ครอบคลุมทุกขั้นตอนการรักษาสิว ฉายแสงรักษาสิว (Bio Light), กดสิวอุดตัน, มาร์คสิว, ฉีดผิวอักเสบโดยแพทย์

รวมถึงยาทาและยารับประทานซึ่งได้มาตรฐานการรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนสิวหายเป็นการรักษาควบคู่ไปกับการบำรุงดูแลผิวหลังการรักษาครบคอร์สผิวจึง

กลับมาสวยใสและมีสุขภาพผิวที่แข็งแรงขึ้น

รักษาสิว ด้วยคอร์ส Advance Acne

ค่าบริการ

ราคาคอร์ส  8,800/8 ครั้ง

รักษาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

 


รักษาสิว ด้วยแสง Bio Light

แสงรักษาสิว Bio Light คือ การรักษาโดยใช้ Light Therapy โดยใช้แสง Blue Light (แสงสีน้ำเงิน), Red Light (แสงสีแดง) และ Yellow Light (แสงสีเหลือง) ช่วยในการลดการทำงานของต่อมไขมันและการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย P. acne ต้นกำเนิดสิว

รักษาสิว ด้วยแสง Bio Light

 

รายละเอียด นวัตกรรมฉายแสงรักษาผิวหน้า ประกอบด้วย

Blue light ช่วยฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย P.acne ที่ทำให้เกิดสิว ทำให้สิวอักเสบยุบตัวเร็วขึ้น ย่นระยะเวลาของการทานยา

Yellow light ช่วยรักษารอยดำ ฝ้า กระ เม็ดสีที่เข้มให้จางลง กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง

Red light ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลาเจน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ลดริ้วรอย สามารถใช้ได้ทั้งหน้าและแผ่นหลัง

ค่าบริการ

รายครั้ง 1,000.-
คอร์ส 7,000.- /8 ครั้ง

 


ลบรอยแดงจากสิว ด้วย Advance VPL

Advance VPL คือ โปรแกรม Photorejuvenation พลังงานแสงเข้มข้นสูง

ลบรอยแดงจากสิว ด้วย Advance VPL

ช่วงความยาวคลื่น 515-1,200 นาโนเมตร พลังงานแสงจะผ่านผิวชั้นบนเข้าสู่ผิวชั้นล่าง

โดยไม่ทำอันตรายต่อผิวชั้นบนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

และทำลายเซลล์สร้างสีที่ผิดปกติ ช่วยรักษารอยแดงจากสิว ลดรอยดําจากสิว

Advance VPL  ดีอย่างไร

  1. ช่วยลดรอยด่างดำ กระ ฝ้า และปัญหาหน้าแดง รักษารอยแดงจากสิวบนใบหน้า
  2. ช่วยลดรอยแผลเป็นจากสิว ลดรอยดําจากสิว
  3. ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า
  4. ช่วยรักษาขนที่ไม่พึงประสงค์
  5. ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และรูขุมขนกระชับ
  6. ช่วยให้ผิวที่ปกติได้รับการฟื้นฟูให้มีสุขภาพผิวดียิ่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ค่าบริการ

VPL หน้าใส  850.-/ ครั้ง
VPL หน้าใส (S) คอร์ส   4,250.-/ 6 ครั้ง
VPL หน้าใส (L) คอร์ส   8,500.-/ 13 ครั้ง

 


รีวิว รักษาสิว ที่ธารารินคลินิค

รีวิว รักษาสิว ที่ธารารินคลินิค

 

รีวิว รักษาสิว ที่ธารารินคลินิค

 

read more