TARARIN CLINIC
เปิดให้บริการ 3 สาขา ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด 085-7550515

ป้ายกำกับ: Thermage

XERF โปรแกรมยกกระชับผิวแบบ Dual เจาะลึกถึง 2 ชั้นในครั้งเดียว

XERF โปรแกรมยกกระชับผิวแบบ Dual เจาะลึกถึง 2 ชั้นในครั้งเดียว

XERF คืออะไร? ทำไมถึงเป็นที่นิยมในปี 2025 และคาดว่าจะแรงไม่หยุดในปี 2026

XERF (เซิร์ฟ) คือเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าล่าสุดที่ใช้คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF Dual-Frequency หรือสองความถี่พร้อมกัน (ความถี่ 6.78 MHz และ 2 MHz)  ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด และที่สำคัญคือไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที หากคุณกำลังมองหาวิธีทำให้ผิวหน้ากระชับ ดูอ่อนเยาว์ แต่ไม่อยากเสี่ยงกับการผ่าตัด หรือเคยทำ Thermage แล้วรู้สึกเจ็บมาก XERF อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา

 

จุดเด่นของ XERF

 

จุดเด่นของ XERF ที่ต่างจาก RF ทั่วไป

  • ใช้คลื่นวิทยุ 2 ความถี่ทำงานพร้อมกัน (6.78 MHz และ 2 MHz)
  • ยกกระชับได้ทั้งผิวชั้นตื้นและชั้น SMAS (ชั้นลึกที่รองรับใบหน้า)
  • เห็นผลทันทีหลังทำเสร็จ ไม่ต้องรอนานเหมือน HIFU
  • เจ็บน้อยกว่า Thermage และ HIFU มาก
  • ไม่มี Downtime กลับไปทำงานได้เลย

 

หลักการทำงานของ XERF แบบ Dual-Frequency RF

เทคโนโลยีคลื่นวิทยุสองความถี่คืออะไร

สิ่งที่ทำให้ XERF แตกต่างจากเทคโนโลยี RF แบบเดิมคือการใช้คลื่นวิทยุ 2 ความถี่ทำงานพร้อมกัน:

1. ความถี่สูง 6.78 MHz

  • เจาะลึกถึงชั้นผิวหนังส่วนต้น (Dermis)
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
  • ทำให้ผิวดูเรียบเนียน ริ้วรอยตื้นขึ้น

2. ความถี่ต่ำ 2 MHz

  • เจาะลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System)
  • ยกกระชับโครงสร้างใบหน้าจากภายใน
  • ช่วยให้แก้มไม่ตก กรอบหน้าชัดเจน

การผสมผสานความถี่ทั้งสองนี้ทำให้ XERF ให้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและเป็นธรรมชาติมากกว่า RF แบบความถี่เดียว

กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย XERF

เมื่อคลื่นวิทยุจาก XERF ส่งเข้าสู่ผิว จะเกิดกระบวนการดังนี้:

  1. ความร้อนที่ควบคุมได้ – อุณหภูมิ 40-45°C ทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที ผิวกระชับขึ้นทันที
  2. กระตุ้นเซลล์ Fibroblasts – เซลล์สร้างคอลลาเจนทำงานเพิ่มขึ้น ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
  3. ปรับโครงสร้างชั้น SMAS – ยกกระชับใบหน้าจากชั้นลึก เหมือนการทำศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด
  4. ทำงาน 3 ระดับความลึก – ทั้งผิวชั้นตื้น กลาง และลึก ในครั้งเดียว

 

กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย XERF

 

ระบบความปลอดภัย:

  • Real-Time Temperature Monitoring – วัดอุณหภูมิตลอดเวลา
  • ICD Cooling Technology – ทำความเย็นปกป้องผิวชั้นนอก
  • ป้องกันผิวไหม้และความร้อนสะสม

 

ผลลัพธ์จากการทำ XERF เห็นผลเร็วแค่ไหน

ผลทันทีหลังทำ XERF

หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ XERF คือคุณจะเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำเสร็จ:

ทันทีหลังทำ 

  • ผิวกระชับ แน่นขึ้นเห็นได้ชัด
  • กรอบหน้าชัดเจนขึ้น
  • ร่องแก้มตื้นลง
  • แก้มดูยกขึ้น มีวอลุ่มมากขึ้น

ผลระยะกลาง (2-4 สัปดาห์)

  • ผิวเต่งตึงขึ้นเรื่อย ๆ
  • ผิวเรียบเนียน มีเนื้อผิวดีขึ้น
  • คอลลาเจนใหม่เริ่มสร้างตัว

ผลระยะยาว (2-3 เดือน)

  • ผลลัพธ์ดีที่สุด เห็นชัดเจนที่สุด
  • ผิวกระชับ อ่อนเยาว์ เป็นธรรมชาติ
  • ผลคงอยู่ได้ 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับอายุและการดูแล)

ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็ง

สิ่งที่ผู้ใช้บริการชื่นชอบ XERF คือความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์:

  • ใบหน้ากระชับ แต่ไม่แข็ง ไม่ดูผิดธรรมชาติ
  • ยังคงสีหน้าและรูปหน้าเดิมของคุณ แต่ดูอ่อนเยาว์กว่า
  • ไม่มีอาการบวม แดง หรือเขียวช้ำ
  • คนรอบข้างจะรู้สึกว่าคุณดูสดใส หน้าเด็กลง แต่บอกไม่ได้ว่าทำอะไรมา

 

 

เปรียบเทียบ XERF กับเทคโนโลยียกกระชับผิวอื่น ๆ

 

เปรียบเทียบ XERF กับเทคโนโลยียกกระชับผิวอื่น ๆ

XERF vs Monopolar RF แบบความถี่เดียว

Monopolar RF แบบเดิม (Single Frequency)

  • ใช้ความถี่เดียว เช่น 1 MHz หรือ 6.78 MHz
  • ทำงานได้เพียงความลึกระดับเดียว
  • ต้องรอ 2-4 สัปดาห์ถึงเห็นผลชัดเจน
  • อาจรู้สึกร้อนหรือไม่สบายขณะทำ

XERF (Dual-Frequency)

  • ใช้ 2 ความถี่พร้อมกัน (2 MHz + 6.78 MHz)
  • ครอบคลุมทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นลึก
  • เห็นผลทันทีหลังทำ
  • สบายกว่า มีระบบความปลอดภัยสูง

 

XERF vs Bipolar RF

Bipolar RF

  • ใช้ขั้วไฟฟ้า 2 ขั้ววางใกล้กัน
  • พลังงานวนอยู่แค่ผิวชั้นตื้น
  • เหมาะกับริ้วรอยผิวเผิน ไม่สามารถยกกระชับลึกได้
  • ปลอดภัยสูง เจ็บน้อย

ข้อดีของ XERF เหนือกว่า:

  • เข้าถึงชั้น SMAS ได้ ยกกระชับจริง
  • ผลลัพธ์ชัดเจนกว่ามาก
  • แก้ปัญหาแก้มตก ผิวหย่อนคล้อยได้ดีกว่า

XERF vs HIFU

HIFU

  • ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง
  • เจาะลึกถึงชั้น SMAS ได้
  • แต่รู้สึกเจ็บมาก (เหมือนเข็มแทง)
  • ต้องรอ 2-3 เดือนเต็มถึงเห็นผล
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่ผิวบาง หรือทนเจ็บไม่ได้

ข้อดีของ XERF เหนือกว่า:

  • เจ็บน้อยกว่ามาก ไม่ต้องใช้ยาชา
  • เห็นผลทันที ไม่ต้องรอนาน
  • เหมาะกับคนที่กลัวเจ็บ

 

ข้อดีเด่นของ XERF ที่คุณต้องรู้

1. ไม่มี Downtime ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย

Zero Downtime คือข้อดีใหญ่ของ XERF:

  • ทำเสร็จแล้วกลับไปทำงานได้ทันที
  • ไม่ต้องหยุดงาน ไม่ต้องลาพักร้อน
  • ไม่มีรอยแดง บวม หรือเขียวช้ำ
  • แต่งหน้าได้ปกติ ออกกำลังกายได้ (หลังผ่าน 24 ชม.)
  • นัดทำในช่วงพักเที่ยงก็ได้ ใช้เวลาแค่ 30-60 นาที

2. ระดับความเจ็บน้อย สบายกว่าเทคโนโลยีอื่น

ประสบการณ์ขณะทำ XERF:

  • รู้สึกอุ่น ๆ สบาย ๆ
  • อาจมีความรู้สึกจี๊ดเล็กน้อยในบางจุด
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา
  • เจ็บน้อยกว่าเครื่องยกกระชับตัวอื่นมาก

เทคโนโลยีที่ช่วยลดความเจ็บ:

  • Wave Fit Pulse – ส่งพลังงานแบบราบเรียบ
  • Spider Pattern Effector – กระจายคลื่นสม่ำเสมอ ไม่เกิดจุดร้อน
  • ICD Cooling – ทำความเย็นลดความรู้สึกร้อน

3. ปลอดภัย ผ่านการรับรองมาตรฐาน

มาตรฐานความปลอดภัย:

  • ได้รับการรับรองจาก FDA (สหรัฐอเมริกา)
  • ได้รับการรับรองจาก อย. (ไทย) – ตรวจสอบที่คลินิก
  • มีระบบตรวจวัดอุณหภูมิแบบเรียลไทม์
  • เทคโนโลยี ICD Cooling ป้องกันผิวไหม้
  • มีงานวิจัยรองรับประสิทธิภาพและความปลอดภัย (2024)

4. ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า คงอยู่นาน

ความคุ้มค่าของ XERF:

  • เห็นผลทันที ไม่ต้องรอนาน
  • ผลลัพธ์คงอยู่ได้ 1-2 ปี
  • ทำ 1 ครั้งก็เห็นผลชัด (อาจต้องทำซ้ำตามคำแนะนำหมอ)

รีวิว xerf ยกกระชับเหนียง

 

รีวิว xerf เก็บเหนียง

 

รีวิว xerf ยกกระชับ หน้าเรียว

 

รีวิว xerf ยกกระชับเหนียง คอ

 

รีวิว xerf เก็บเหนียง ปรับรูปหน้า

ตัวอย่างรีวิว xerf ผลลัพธิ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

 

ใครควรทำ XERF และข้อควรระวัง

 

xerf เหมาะกับใคร

 

กลุ่มเป้าหมายที่เหมาะกับ XERF

คุณเหมาะกับ XERF หาก:

  • อายุ 30 ปีขึ้นไป มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อย
  • แก้มตก ไม่มีวอลุ่ม กรอบหน้าไม่ชัด
  • มีริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวไม่กระชับ
  • ต้องการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด ไม่ฉีด
  • ไม่มีเวลาพักฟื้น ต้องกลับไปทำงานทันที
  • กลัวเจ็บ หรือเคยทำ RF/HIFU ตัวอื่นแล้วรู้สึกเจ็บมาก
  • ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

 

ข้อห้ามและข้อควรระวังก่อนทำ XERF

ไม่ควรทำ XERF หาก:

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีโรคผิวหนังในบริเวณที่จะทำ (สิว ผื่น แผล)
  • มีประวัติแพ้ความร้อน
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจฝังในตัว
  • มีโลหะฝังในบริเวณใบหน้า (ยกเว้นฟิลเลอร์/โบท็อกซ์)
  • มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ข้อควรระวัง:

  • ปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
  • แจ้งประวัติการทำฟิลเลอร์/โบท็อกซ์
  • หลีกเลี่ยงแดดจัดหลังทำ ทาครีมกันแดด
  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูผิว

 

วิธีเลือกคลินิกทำ XERF ที่ดี

สิ่งที่ต้องเช็คก่อนตัดสินใจ

1. ตรวจสอบเครื่อง XERF แท้

  • ขอดูเลขทะเบียนจาก อย.
  • เครื่องต้องเป็นของแท้ ไม่ใช่เครื่องลอกเลียนแบบ
  • มีการบำรุงรักษาเครื่องสม่ำเสมอ

2. ประสบการณ์ของแพทย์

  • แพทย์ผู้ทำต้องผ่านการอบรม
  • มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์ถูกต้อง
  • มีประสบการณ์การใช้เครื่อง XERF

3. รีวิวและผลงาน

  • ดูภาพผลงาน Before-After ของคลินิก
  • อ่านรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง
  • ตรวจสอบชื่อเสียงของคลินิก

4. ราคาที่เหมาะสม

  • ไม่ถูกผิดปกติจนน่าสงสัย
  • ราคาต้องสมเหตุสมผลตามมาตรฐาน
  • ระวังโปรโมชั่นล่อลวงที่อาจใช้เครื่องปลอม

5. การให้คำปรึกษา

  • มีการปรึกษาก่อนทำ (Consultation)
  • แพทย์วินิจฉัยและให้คำแนะนำอย่างละเอียด
  • ไม่ยัดเยียดให้ทำทรีตเมนต์เกินความจำเป็น

 

สรุป: XERF คือทางเลือกใหม่สำหรับผิวกระชับดูเป็นธรรมชาติ

XERF คือเทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าล่าสุดที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการ:

  • ผลลัพธ์ไว – เห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องรอนาน
  • ไม่เจ็บ
  • ไม่ต้องพักฟื้น – กลับไปทำงานได้เลย
  • เป็นธรรมชาติ – ไม่ดูแข็ง ผิวกระชับแบบ Natural
  • ปลอดภัย – มีระบบความปลอดภัยผ่านมาตรฐาน

หากคุณกำลังมองหาวิธีทำให้หน้าเด็ก ผิวกระชับ แก้มไม่ตก แต่ไม่อยากผ่าตัด XERF อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา

คำแนะนำสุดท้าย

  • ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจ
  • เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีเครื่องแท้
  • ตั้งความคาดหวังให้เหมาะสม XERF ไม่ใช่การผ่าตัด
  • ดูแลผิวหลังทำอย่างถูกต้องเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

คำเตือน: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจทำทรีตเมนต์ใด ๆ

read more
Oligio เทคโนโลยียกกระชับผิวใหม่ล่าสุด เพื่อผิวเรียบตึงแบบไม่ต้องผ่าตัด

Oligio เทคโนโลยียกกระชับผิวใหม่ล่าสุด เพื่อผิวเรียบตึงแบบไม่ต้องผ่าตัด

ในปัจจุบันเทคโนโลยีเพื่อความงามได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด Oligio คือหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยคุณสมบัติในการยกกระชับผิวหน้า ลดเลือนริ้วรอย และฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน ด้วยคลื่นความถี่วิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ที่ลงลึกถึงชั้นผิวได้อย่างปลอดภัยและเห็นผล

 

Oligio คืออะไร?

Oligio (โอลิจิโอ) เป็นเทคโนโลยีเพื่อการยกกระชับผิวหน้าโดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radio Frequency: RF) ที่ได้รับการออกแบบมาให้ปล่อยพลังงานอย่างสม่ำเสมอและแม่นยำไปยังผิวหนังชั้นลึก โดยไม่กระทบกับผิวหนังชั้นบน พลังงานนี้จะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และจัดเรียงตัวของเส้นใยอิลาสติน ส่งผลให้ผิวตึงกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Oligio คืออะไร

ทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับคนเอเชียโดยเฉพาะ สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว โดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียงรุนแรง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องพักฟื้นหรือเสี่ยงจากการผ่าตัด

 

จุดเด่นของ Oligio ที่ทำให้แตกต่างจากเครื่องมือยกกระชับอื่น

หนึ่งในจุดเด่นของ โปรแกรม Oligio คือการควบคุมพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอ จึงให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Thermage หรือ HIFU โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาผิวบางหรือมีไขมันใต้ผิวหนังไม่มาก Oligio จะสามารถให้ผลลัพธ์ที่นุ่มนวลและปลอดภัยยิ่งกว่า

จุดเด่นสำคัญอื่น ๆ ได้แก่:

  • ✅ ความรู้สึกสบายขณะรับบริการ
  • ✅ ไม่มีแผล ไม่เกิดรอยไหม้บนผิว
  • ✅ ไม่ต้องพักฟื้น
  • ✅ เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก
  • ✅ ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว

 

Oligio ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

Oligio ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

 

Oligio ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่พบบ่อย ได้แก่

  • ผิวหน้าหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ
  • กรอบหน้าไม่ชัด
  • มีริ้วรอยรอบดวงตา หน้าผาก หรือมุมปาก
  • ร่องแก้มลึก ผิวดูเหนื่อยล้า
  • รูขุมขนกว้าง
  • ผิวไม่เรียบเนียน

นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริเวณลำคอ ใต้คาง และเนินอกได้อีกด้วย

 

Oligio เหมาะกับใคร?

Oligio เหมาะกับใคร?

การทำ Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป หรือเริ่มมีสัญญาณของผิวหย่อนคล้อย เช่น

  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด

  • ผู้ที่กลัวเข็มหรือการฉีดฟิลเลอร์ โบทูลินัม

  • ผู้ที่มีเวลาจำกัด ไม่สะดวกพักฟื้น

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบธรรมชาติ

หากคุณมีปัญหาเหล่านี้ โปรแกรม Oligio อาจเป็นคำตอบที่คุณตามหา

 

ความแตกต่างระหว่าง Oligio, Thermage และ HIFU

เทคโนโลยี ประเภทพลังงาน ความลึกของพลังงาน ความรู้สึกขณะทำ เหมาะกับใคร
Oligio คลื่นวิทยุ RF (Monopolar) ลงลึกถึงชั้น SMAS เจ็บน้อย สบายผิว ผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย ต้องการความสบาย
Thermage RF ขั้วเดียว ลึกถึงชั้นไขมัน เจ็บค่อนข้างมาก ผู้ที่มีไขมันใต้ผิวมาก
HIFU อัลตร้าซาวด์ เฉพาะจุดในชั้น SMAS อาจรู้สึกจี๊ด ๆ ผู้ที่ต้องการยกกระชับเฉพาะจุด

 

ข้อควรรู้ก่อนทำ Oligio

  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด 3 วันก่อนและหลังทำ

  • ห้ามขัดหน้าหรือทำเลเซอร์อื่นร่วมในช่วง 1 สัปดาห์

  • หลังทำควรบำรุงและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

  • ควรทำซ้ำทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว

 

 

ขั้นตอนการทำโปรแกรม Oligio ที่ธารารินคลินิก ร้อยเอ็ด

  1. ปรึกษาแพทย์
    แพทย์จะประเมินปัญหาผิว ความเหมาะสม และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

  2. เตรียมผิวก่อนทำ
    ทำความสะอาดผิวหน้า และทายาชาบริเวณที่ต้องการรักษา

  3. เริ่มทำโปรแกรม Oligio
    ใช้หัวเครื่องมือสัมผัสผิวพร้อมปล่อยพลังงาน RF ไปยังชั้นผิวที่ต้องการ โดยจะใช้เวลาเฉลี่ย 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ

  4. หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
    โดยไม่ต้องพักฟื้น อาจมีรอยแดงเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปใน 1-2 ชั่วโมง

 

ทำไมต้องเลือกทำ Oligio ที่ธารารินคลินิก ร้อยเอ็ด?

ธารารินคลินิกเลือกใช้เครื่องมือแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวพรรณและความงาม ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

  • มีการวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละบุคคล

  • ควบคุมการรักษาโดยแพทย์ทุกเคส

  • ใช้เครื่องมือแท้ ได้มาตรฐาน ไม่ใช้หัวปลอม

  • ให้คำแนะนำหลังการรักษาอย่างใกล้ชิด

 

Oligio ราคาเท่าไหร่

ราคา Oligio

 


 

จองโปรแกรม Oligio กับแพทย์ ธารารินคลินิก สาขาร้อยเอ็ด
ที่อยู่ : ถนนเรียบคลองรอบเมือง หลังร้อยเอ็ดซิตี้ 56/2 ถ.รอบเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด 45000
Line ID : @tararinroiet หรือคลิก 👉 https://lin.ee/zaWJjjz
Facebook 👉 https://fb.com/tararinroiet
TEL. 📲 0930960828
แผนที่ 📌 https://goo.gl/maps/KbWtyLeC44Zbx9rg8
read more